ค้นหา

“ลูกจ้างประจำ” เกษียณแล้วได้อะไรจากราชการ

 “ลูกจ้างประจำ” เป็นบุคลากรภาครัฐประเภทหนึ่ง ที่มีบทบาทหน้าที่หลักในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการนั้นๆ ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่ง ก.พ. ได้จัดตำแหน่งลูกจ้างประจำตามลักษณะงานออกเป็น 4 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานบริการพื้นฐาน (งานให้บริการเป็นหลัก) กลุ่มงานสนับสนุน(งานช่วยปฏิบัติหรือสนับสนุนผู้ปฏิบัติภารกิจหลัก) กลุ่มงานช่าง (การปฏิบัติงานช่าง) และกลุ่มงานเทคนิคพิเศษ (ใช้ความสามารถทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว) 

“ลูกจ้างประจำ” ที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา หรือส่วนราชการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเดิมเราจะคุ้นเคยกับคำว่า “นักการภารโรง” นั้น ปัจจุบันตำแหน่งนี้ไม่มีแล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2553 ได้ปรับก็มีประเภทตำแหน่ง ตามที่ ก.พ. กำหนด แต่จะกำหนดให้มีตำแหน่งใดขึ้นอยู่กับลักษณะงานของส่วนราชการนั้นๆ หากเป็นสถานศึกษา หรือหน่วยงานจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ มีการกำหนดตำแหน่งลูกจ้างประจำใน 3 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานบริการพื้นฐาน ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย(ยาม) แม่บ้าน พนักงานบริการ พนักงานโสตทัศนศึกษา เป็นต้น กลุ่มงานสนับสนุน ได้แก่ พนักงานพิมพ์ดีด พนักงานห้องสมุด ครูช่วยสอน พนักงานขับรถยนต์ เป็นต้น กลุ่มงานช่าง ได้แก่ ช่างไฟฟ้า ช่างไม้ ช่างปูน ช่างครุภัณฑ์ พนักงานขับเครื่องกลขนาดกลาง เป็นต้น   

กฎหมายที่กำหนดการเกษียณอายุราชการของลูกจ้างประจำ

“เจ้าหน้าที่ภาครัฐ” ทุกประเภทตำแหน่ง มีกฎหมายกำหนดการเกษียณอายุราชการไว้เป็นการเฉพาะ “ลูกจ้างประจำ” ก็ทำนองเดียวกัน การเกษียณอายุราชการ กำหนดไว้ในข้อ 57(2) แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2537 โดยมีสาระสำคัญว่า “ลูกจ้างประจำออกจากราชการเมื่อพ้นจากราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบําเหน็จลูกจ้างฯ..” ซึ่ง ตามข้อ 6 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง พ.ศ. 2519 กำหนดว่า “ลูกจ้างประจำซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์แล้วเป็นอันพ้นจากงานเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่อายุครบหกสิบปีบริบูรณ์นั้น” จึงสรุปได้ว่า ลูกจ้างประจำเกษียณอายุราชการในปีที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ และในวันที่ 1 ตุลาคม ของปีนั้น ๆ (ผู้เกษียณอายุราชการปีงบประมาณ 2559 คือ ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ ตุลาคม 2489- วันที่ ตุลาคม 2499 หรือผู้เกษียณอายุราชการปีงบประมาณ 2560 คือ ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ ตุลาคม 2499- วันที่ ตุลาคม 2500) 

เงินตอบแทนและสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างประจำจะได้จากราชการเมื่อเกษียณอายุราชการ

การเกษียณอายุราชการด้วยความเรียบร้อย ถือว่าเป็นเรื่องดีที่คนในวงการราชการพึงปรารถนา เพราะเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้ได้รับเงินตอบแทน และสิทธิประโยชน์ที่ทางราชการจะมอบให้ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ทำคุณประโยชน์ให้กับราชการตลอดรับราชการมา สำหรับลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการ จะได้รับเงินตอบแทนและสิทธิประโยชน์จากทางราชการ ดังนี้

1. สิทธิประโยชน์ขณะที่ลูกจ้างประจำมีชีวิตอยู่

   1.1 เงินบำเหน็จลูกจ้าง ลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการมีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จปกติ หรือ เงินบำเหน็จรายเดือน (หากเป็นข้าราชการเรียกเงินบำนาญ) โดยให้สิทธิ์เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง พ.. 2519 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวคือ

       1) บำเหน็จปกติ  คือ เงินตอบแทนของลูกจ้างประจำที่ออกจากงานเนื่องจากทำงานมานาน โดยจ่ายก้อนเดียว ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างประจำ เงินเดือนสุดท้าย 18,000 บาท มีเวลาราชการ 38 ปี 7 เดือน

          วิธีคำนวณ 18,000 X (38X 12) + 7 หาร 12 = 694,500 บาท (จ่ายเงินเป็นก้อนเดียว)

       2) บำเหน็จรายเดือน คือ เงินตอบแทนของลูกจ้างประจำที่ออกจากงานเนื่องจากทำงานมานาน และต้องมีเวลาทำงานตั้งแต่ยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป จ่ายเป็นรายเดือนไปจนกว่าผู้รับบำเหน็จรายเดือนจะถึงแก่กรรม (แก้ไขโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2552 เดิมจะได้รับเฉพาะบำเหน็จปกติ)

          การคำนวณบำเหน็จรายเดือน ให้คำนวณจากค่าจ้างเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนเดือนที่ทำงาน หารด้วยสิบสอง แล้วหารด้วยห้าสิบอีกครั้ง ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง (บำเหน็จรายเดือน คือ บำเหน็จปกติหารด้วย 50 นั่นเอง) ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างประจำเงินเดือนสุดท้าย 18,000 บาท เวลาราชการ 38 ปี 7 เดือน

          วิธีคำนวณ 18,000 X (38X 12) + 7 หาร 12 = 694,500 = 694,500 หาร 50 = 13,890  (จ่ายเป็นรายเดือน ๆ ละ 13,890 บาท)

  1.2 เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างประจำ (กสจ.)

       พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ซึ่งจดทะเบียน (กสจ.) เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมให้แก่ลูกจ้างประจำ ได้มีเงินไว้ใช้เมื่อยามออกจากราชการ หรือ เมื่อพ้นวัยทำงาน และเพื่อเป็นการสร้างหลักประกันให้แก่ครอบครัวหากสมาชิกเสียชีวิต ลูกจ้างประจำที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างประจำ และนายจ้าง (ส่วนราชการ)จะต้องส่งเงินสะสม(หักจากค่าจ้าง) และเงินสมทบ(นายจ้างจ่ายสมทบ) เข้ากองทุนฯ และเมื่อลาออกหรือเกษียณอายุราชการ ถือว่