ค้นหา

พฤติการณ์ ผอ.ร.ร.ในคดีทุจริตสนามฟุตซอล ก่อน สพฐ.จะไล่ออกราชการ

“...การกระทำของผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 6 แห่ง ทราบดีว่าการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้เป็นการตามดำเนินการผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) และมีพฤติการณ์ร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า จะดำเนินการยกเลิกการประกวดราคาในครั้งนี้ และรู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏชัดแจ้งว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนี้มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อมิให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ฮั้วฯ มาตรา 10…”

ข้าราชครูกลุ่มนี้ จัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน ลงวันที่ย้อนหลังอันเป็นเท็จ ไปยัง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 2 เพื่อทำเสมือนหนึ่งว่าการได้รับงบประมาณครั้งนี้เป็นไปตามความต้องการของโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาทำเอกสารอันเป็นเท็จ จึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

คือใจความสำคัญในเอกสารคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลงนามโดยนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการ สพฐ. ลงโทษไล่ออกจากราชการ กลุ่มข้าราชการครู ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดร่วมกับนักการเมืองชื่อดัง และกลุ่มเอกชน ในคดีทุจริตการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอล เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมา สำนวนแรก เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา ในเอกสารคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการของ สพฐ.ดังกล่าว ระบุพฤติการณ์ที่น่าสนใจของกลุ่มข้าราชการครูชุดนี้ไว้

 

สำนักข่าวอิศรา เรียบเรียงให้สาธารณชนรับทราบ ดังนี้

เอกสารคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการของ สพฐ. อ้างอิงตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า เมื่อปี 2555 ในช่วงที่มีการจัดทำคำของบประมาณของโรงเรียนอย่างน้อย 6 แห่งในพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมา ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โรงเรียน 6 แห่งนี้ไม่มีการจัดทำโครงการ และไม่เคยจัดทำคำของบประมาณเพื่อก่อสร้างสนามกีฬาฟุตซอล เสนอไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 หรือสำนักงาน สพฐ. และในปีงบประมาณดังกล่าวโรงเรียนทั้ง 6 แห่ง ไม่ได้ประสบอุบัติภัยแต่ประการใด

จากนั้นวันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 นายวิรัช รัตนเศรษฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้สั่งการให้พรรคพวกของตน ได้แก่ กลุ่มนักการเมือง และข้าราชการครู เป็นผู้ประสานงานกับโรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 เพื่อสอบถามความต้องการและจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลให้ ซึ่งหากโรงเรียนที่ติดต่อประสานงานไม่ต้องการก่อสร้างสนามฟุตซอล หรือต้องการงบประมาณไปใช้ดำเนินการอย่างอื่น จะไม่จัดสรรงบประมาณให้

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2555 นายวิรัช ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานผูกพันธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา และได้แจ้งแก่คณะครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ว่ามีงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนแห่งนี้ ส่วนรายละเอียดให้ติดต่อกับผู้ประสานงาน ซึ่งเป็นเลขานุการของตน จากนั้นมีการติดต่อกัน และได้รับการยืนยันว่า นายวิรัช มีงบประมาณการก่อสร้างสนามฟุตซอลมาให้โรงเรียนแห่งนี้

เช่นเดียวกับนางทัศนียา รัตนเศรษฐ (ภริยานายวิรัช) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้สั่งให้นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ (น้องสาวนางทัศนียา) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายเทศมนตรีตำบลห้วยแถลง ไปติดต่อประสานผู้อำนวยการโรงเรียนในเขต อ.ห้วยแถลง ที่ต้องการงบประมาณเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล และงบประมาณในการจัดทำห้องสมุดอัจฉริยะ จากนั้นนางทัศนาพร ได้มอบหมายให้ผู้ประสานงาน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นผู้ประสานงานกับโรงเรียนอีกหลายแห่งว่า มีงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลและงบประมาณจัดทำห้องสมุดอัจฉริยะให้เลือก โดยผู้อำนวยการโรงเรียนหลายแห่งตอบรับเลือกงบประมาณเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล

หลังจากนั้นผู้ประสานงาน ได้ประสานให้ผู้อำวยการโรงเรียนอย่างน้อย 6 แห่ง ไปพบที่ร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อรับฟังคำชี้แจงงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอล โดยให้รอฟังคำสั่งและความชัดเจนจากสำนักงาน สพฐ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อได้รับคำสั่งเมื่อใดจะมีขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้างมาแนะนำให้ทราบอีกครั้ง และวันดังกล่าวผู้ประสานงานรายนี้ ได้มอบซีดีซึ่งภายในบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับการขอรับการสนับสนุนงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์ให้ด้วย

ขณะเดียวกันมีครูใหญ่โรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยผู้ประสานงานจากพรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายจากนายวิรัช ให้เป็นผู้นำรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรไปเสนอนายชินภัทร ภูมิรัตน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สพฐ. พิจารณาสั่งการให้มีการแจ้งจัดสรรงบประมาณไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ ตามวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร (งบแปรญัตติ)

หลังจากนั้น สพฐ. มีแจ้งจัดสรรงบประมาณปี 2555 เป็นงบลงทุนค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 2 พร้อมระบุรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ก่อสร้างปรับปรุงสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์ โรงเรียนละ 2.5 ล้านบาท โดยนายวิรัช สั่งการให้ผู้ประสานงาน และกลุ่มเอกชน ติดต่อกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีรายชื่อตามเอกสารจัดสรรงบของ สพฐ. เพื่อชี้แจงแผนการและขั้นตอนในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งจัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน

โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างน้อย 6 แห่ง ได้จัดทำหนังสือขอรับการสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียนย้อนหลังอันเป็นเท็จ ส่งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 2 โดยทำเสมือนหนึ่งว่า เป็นการของบประมาณปกติ ทั้งที่ล่วงเวลาจะทำเช่นนั้นได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับรูปแบบและลักษณะของการก่อสร้างสนามฟุตซอล มี 3 แนวทาง ได้แก่

สำหรับรูปแบบและลักษณะของการก่อสร้างสนามฟุตซอล มี 3 แนวทาง ได้แก่

1.ใช้แบบปรับปรุงสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์ของผู้ประสานงาน งบประมาณ 2.5 ล้านบาททั้งหมด

2.ใช้แบบปรับปรุงสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์ของผู้ประสานงานเฉพาะในส่วนค่าก่อสร้าง พื้นคอนกรีต พื้นยาง และเสาประตูพร้อมตาข่ายฟุตซอล วงเงิน 2,362,205 [km

3.ใช้รูปแบบสนามฟุตซอลของกรมพลศึกษา จำนวน 1,852,000 บาท ส่วนที่เหลือโรงเรียนดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง

หลังจากนั้นมีการประชุมร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างน้อย 6 แห่งกับผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯเขต 2 จ.นครราชสีมา และกลุ่มเอกชนที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูความผิด ก่อนที่จะมีการเปิดประมูล และว่าจ้างกลุ่มเอกชนเหล่านี้เป็นผู้ก่อสร้าง

ต่อมาภายหลังมีการส่งมอบงานให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ปรากฏว่าพื้นสนามฟุตซอลไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง เนื่องจากแผ่นยางสังเคราะห์ (EVA) ไม่มีคุณสมบัติทนต่อแสงยูวีและความร้อน เมื่อนำมาปูกลางแจ้งจะเกิดการกโก่งงอ เป็นเหตุให้ไม่สามารถใช้เล่นกีฬาฟุตซอลได้ตามวัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างแท้จริง อีกทั้งราคาแผ่นยางสังเคราะห์ (EVA) ที่ตั้งไว้ตารางเมตรละ 2,680 บาท มีมูลค่าแพงกว่าท้องตลาดประมาณ 8-9 เท่า ทั้งที่ความเป็นจริงกลุ่มเอกชนซื้อมาเพียงตารางเมตรละ 330 บาท เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง

การที่ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 6 แห่ง ตกลงใจที่จะรับงบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างสนามฟุตซอลตามความประสงค์ของนายวิรัช โดยรู้อยู่แล้วว่านายวิรัช ในฐานะ ส.ส. ไม่สามารถที่จะเข้าไปกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีผลให้นายวิรัช ซึ่งเป็น ส.ส. มีส่วนโดยตรงในการใช้งบประมาณรายจ่าย ในลักษณะครอบงำ สั่งการ และวางแผนในการใช้จ่ายงบประมาณของ สพฐ. อันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญปี 2550 (บังคับใช้ขณะนั้น) มาตรา 168 ที่บัญญัติห้าม ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการ (กมธ.) เสนอ แปรญัตติ หรือกระทำการด้วยประการใด ๆ ที่ส่งผลให้ ส.ส. หรือ กมธ. มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายจะกระทำมิได้

การกระทำของผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 6 แห่ง ทราบดีว่าการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้เป็นการตามดำเนินการผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) และมีพฤติการณ์ร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า จะดำเนินการยกเลิกการประกวดราคาในครั้งนี้ และรู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏชัดแจ้งว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนี้มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อมิให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ฮั้วฯ มาตรา 10

นอกจากนี้ยังจัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน ลงวันที่ย้อนหลังอันเป็นเท็จ ไปยัง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 2 เพื่อทำเสมือนหนึ่งว่าการได้รับงบประมาณครั้งนี้เป็นไปตามความต้องการของโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาทำเอกสารอันเป็นเท็จ จึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกราชการ (ทำการแทน ก.ค.ศ.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2563 พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติตามการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงมีมติให้ลงโทษไล่ออกข้าราชการครูกลุ่มดังกล่าวออกจากราชการ

อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาข้าราชการครูในคดีนี้ ประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งนี้ ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หรือจะฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ถูกลงโทษโดยไม่ต้องอุทธรณ์ ตามมาตรา 101 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันอาทิตย์ ที่ 09 สิงหาคม 2563

ความเห็นของผู้ชม