ค้นหา

5 ลักษณะที่เข้าองค์ประกอบของคำสั่งทางปกครอง

มาตรา 5 ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ให้นิยาม  “คำสั่งทางปกครอง” หมายถึง การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว (เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน แต่ไม่หมายความถึงการออกกฎ) คำสั่งทางปกครองยังรวมถึงการอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง เช่น ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2540) ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2543) ระบุว่ารายการใดเป็นคำสั่งทางการปกครองเอาไว้ 

เมื่อพิจารณาตามนิยามแล้ว คำสั่งทางปกครอง มีองค์ประกอบที่เป็นสาระสำคัญอย่างน้อย 5 ประการ ได้แก่

1. เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจเป็นบุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีอำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางการปกครอง กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เช่น ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือ ศึกษาธิการจังหวัด กศจ. หรือ ก.ค.ศ. หากเป็นนิติบุคคล เช่น สพฐ.เป็นต้น 

2. เป็นการใช้อำนาจอำนาจปกครองตามกฎหมาย ออกคำสั่งทางปกครองแก่เอกชน  ซึ่งมักเป็นการใช้อำนาจปกครองฝ่ายเดียวโดยไม่จำเป็นจะต้องได้รับความเห็นชอบหรือยินยอมจากเอกชนผู้รับคำสั่งหรือผู้ต้องรับผลจากคำสั่งนั้น เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียนยกเลิกคำสั่งจ้างครูอัตราจ้างหรือธุรการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุมัติหรือไม่อนุมัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีหนังสือแจ้งข้าราชการครูคนหนึ่งว่าเป็นผู้ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้าราข้าราชการฯอันเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย 

3. มีผลกระทบสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล จากนิยามจะเห็นว่าคำสั่งทางปกครองมีวัตถุประสงค์ในการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับหรือมีผลกระทบต่อสถานภาพสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล เช่นคำสั่งลงโทษลดเงินเดือนข้าราชการครู แต่ถ้าคำสั่งนั้นไม่มีผลกระทบต่อสถานภาพสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งข้าราชการครูให้อยู่เวรยามในช่วงหยุดสงกรานต์ คำสั่งให้ไปสอนประจำที่โรงเรียนสาขา คำสั่งดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง 

4. มีผลบังคับเฉพาะกรณี  องค์ประกอบนี้มุ่งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “คำสั่งทางปกครอง” และ “กฎ”ซึ่งต่างก็เป็นผลิตผลของการกระทำทางปกครองหรือการปฏิบัติทางปกครอง แตกต่างกันเพียงว่า คำสั่งทางปกครองมีลักษณะเป็นข้อกำหนดที่มุ่งหมายให้เกิดผลบังคับเฉพาะแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือเฉพาะบุคคลใดบุคลหนึ่ง ซึ่งอาจหมายถึงคณะบุคคล หรือนิติบุคคลก็ได้  ส่วนกฎเป็นข้อกำหนดหรือบทบัญญัติที่มีผลบังคับเฉพาะทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายใช้บังคับบุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลใดเป็นการเฉพาะ 

5. มีผลโดยตรงภายนอกฝ่ายปกครอง องค์ประกอบนี้ต้องการขยายความว่าคำสั่งทางปกครองจะต้องออกไปมีผลกระทบกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลภายนอกฝ่ายปกครอง ที่แตกต่างจากคำสั่งในฝ่ายปกครองหรือมาตรการภายในฝ่ายปกครองซึ่งเป็นการสั่งในวงงานหรือการปฏิบัติหน้าที่ เช่น สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอความเห็นทางกฎหมาย สั่งให้ข้าราชการอยู่เวรยาม  สั่งเร่งรัดการดำเนินงานโครงการ การแถลงการณ์หรือประกาศเจตจำนงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นต้น หากเป็นคำสั่งทางการปกครองเจตนาสู่ภายนอกฝ่ายปกครอง เช่น คำสังรับไม่รับจดทะเบียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ คำสั่งอนุมัติหรือไม่อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ รวมถึงคำสั่งไม่เลื่อนเงินเดือนหรือคำสั่งลงโทษข้าราชการด้วยซึ่งเป็นเอกชนหรือบุคคลภายนอกตามนิยามของคำสั่งทางปกครอง

ความเห็นของผู้ชม