ใครจะเป็นผู้ตัดสิทธิ์สมัครสอบครูผู้ช่วยหลายแห่ง

อำนาจในการตัดสิทธิ์ผู้สมัครสอบแข่งขันครูผู้ช่วยกรณีสมัครหลายแห่ง
ข้อเขียนนี้เป็นความรู้ ใช้เป็นกรณีศึกษา นำสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อประเทืองและเสริมปัญญา ต่อกรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2559 เท่านั้นนะครับ ไม่มีใจหรือเจตนาจับผิด วิพากษ์ หรือยุแยง ให้เกิดความสับสนวุ่นวายใดๆ

ทำไม สพฐ. มีหนังสือเวียนแจ้งตัดสิทธิ์?

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2559 มีการเผยแพร่หนังสือเวียนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มาถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ซึ่งจริงๆ แล้วตำแหน่งนี้ ไม่มีแล้ว)  ตามหนังสือ ที่ ศธ 04009/ว3283 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2559 เรื่อง การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2559 อาจจะด้วยทราบข้อมูลเบื้องต้นว่ามีผู้สมัครสอบแข่งขันหลายแห่งหรือเพื่อแจ้งให้ดำเนินการที่เรียบร้อยสมบูรณ์

สาระสำคัญ คือ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบจากคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด (กศจ.)ให้ดำเนินการสอบแข่งขัน (ซึ่งจริง ๆ แล้ว หลักเกณฑ์ให้อำนาจสำนักงานเขตพื้นที่โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯตั้งกรรมการ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบการสอบแข่งขันตามความจำเป็นเหมาะสมเท่านั้นมิให้อำนาจดำเนินการสอบแข่งขัน อำนาจดำเนินการสอบแข่งขันเป็นของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี) ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครสอบแข่งขันหลายแห่งและให้ดำเนินการ(ตัดสิทธิ์) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าราชการเป็นข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ว14/2558) ข้อ 9 ความว่า “กรณีที่ อ.ก.ค.ศ.หรือเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการต่างๆ ดำเนินการสอบแข่งขันพร้อมกัน ให้ผู้สมัครสอบแข่งขันได้เพียงแห่งเดียว หากปรากฎว่าผู้สมัครสอบแข่งขันสมัครเกินกว่าหนึ่งแห่งจะตัดสิทธิ์การสอบแข่งขันทั้งหมด”

โดยหนังสือดังกล่าว แนบเรื่องที่ สพฐ. เคยหารือ และ ก.ค.ศ. ตอบข้อหารือว่า ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ว14/2558 หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าราชการเป็นข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อ 9 อย่างเคร่งครัด ถึงแม้ว่าผู้สมัครสอบหลายแห่งได้ทำบันทึกขอยกเลิกการสมัครสอบที่แห่งใดแห่งหนึ่งก่อนวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบเพื่อให้เกิดสิทธิ์แห่งใดแห่งหนึ่งแห่งเดียวก็ไม่มีผล

ซึ่งแปลว่า หากผู้สมัครสอบไม่รู้ หลงลืม หรือมีเจตนาไปสมัครสอบหลายแห่งจะเป็นผู้เสียสิทธิ์เข้าสอบแข่งขันทันที (โดนตัดสิทธิ์)

แล้วใครจะเป็นผู้ตัดสิทธิ์?

ตามหนังสือ ว7/2559 การแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับ ราชการเป็นราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้อำนาจคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันฯ

ตามหลักเกณฑ์ ว14/2558 หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าราชการเป็นข้า ราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อ 9 ความว่า “กรณีที่ อ.ก.ค.ศ.หรือเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการต่างๆ ดำเนินการสอบแข่งขันพร้อมกัน ให้ผู้สมัครสอบแข่งขันได้เพียงแห่งเดียว หากปรากฎว่าผู้สมัครสอบแข่งขันสมัครเกินกว่าหนึ่งแห่งจะตัดสิทธิ์การสอบแข่งขันทั้งหมด”

หนังสือ สพฐ. ที่ ศธ 04009/ว3283 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2559 เรื่อง การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2559 ให้เขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบจาก กศจ.ให้ดำเนินการสอบแข่งขัน ให้ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครหลายแห่งและให้ดำเนินการตัดสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์

ต่อไปนี้เป็นคำถามเพื่อการเรียนรู้ 

  1. ใครจะเป็นผู้ตัดสิทธิ์ กรณีผู้สมัครสอบแข่งขันหลายแห่ง ?

 1) กศจ. โดยประธาน กศจ. หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษโดยประธาน อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้เพราะเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน ตามนัยของ หนังสือ ว7/2559 และ ว 14 ข้อ 9 ความข้างต้น

2) ศึกษาธิการจังหวัด ในฐานะเลขานุการ ก.ศจ. เพราะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสำนักงานเลขานุการ กศจ. ซึ่งเป็นผู้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน ตามนัยของ หนังสือ ว7/2559 และ ว 14 ข้อ 9 ความข้างต้น

3) ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ในฐานะที่ได้รับมอบหมาย จาก กศจ. ให้เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน (โดยไม่กล่าวถึงสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด อาจด้วยเหตุไม่ใช่สายงานสั่งการ ซึ่งก็สามารถตีความเป็นผอ.เขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 ก็ได้) ตามหนังสือ สพฐ. ที่ ศธ 04009/ว3283 ความข้างต้น

4) ข้อ1 หรือ 2 หรือ 3 โดยความเห็นชอบ ของ กศจ. ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าจะคนหนึ่ง คนสอง คนสาม ต้องได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด

  1. เอาอำนาจใดมาตัดสิทธิ์?

การตัดสิทธิ์ผู้สมัครสอบกรณีสมัครหลายแห่งอาจทำได้ในลักษณะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ (ไม่มีชื่อผู้สมัครสอบหลายที่ แล้วให้เหตุผลท้ายประกาศว่าถูกตัดสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์เพราะสมัครสอบหลายแห่ง) หรือ ทำเป็นประกาศเฉพาะมีรายชื่อผู้ตัดสิทธิ์อ้างเหตุผล

การตัดสิทธิ์ผู้สมัครสอบกรณีสมัครหลายแห่งทั้งในรูปแบบประกาศหรือคำสั่งนี้ ถือว่าเป็นคำสั่งทางการปกครอง เพราะกระทบสิทธิ์ ทำให้ผู้สมัครสอบแข่งขันเสียสิทธิ์

ผู้ออกคำสั่งทางการปกครอง ต้องมีอำนาจ ต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน ต้องให้สิทธิ์และโอกาสในการปกป้องและโต้แย้งแก่คู่กรณี

คำถามผู้สมัครสอบแข่งขันที่เสียสิทธิ์อาจถามกลับ “ท่านมีอำนาจตามกฎหมายใดมาตัดสิทธิ์ข้าพเจ้า ในเมื่อ ข้อ 9 ตามหลักเกณฑ์ของ ว14/2558 บอกเพียงแนวทางดำเนินการ ไม่ได้ระบุอำนาจหน้าที่ของท่านเอาไว้ และท่านมีกระบวนการอย่างไร ท่านมิให้ข้าพเจ้าชี้แจงใดๆ เลย”

คำถามที่ควรเรียนรู้เพื่อหาคำตอบคือ หากเราท่านเป็นผู้เกี่ยวข้อง ราจะตอบผู้สมัครสอบที่เสียสิทธิ์คนนี้อย่างไร? มีกฎหมายใดที่ใช้อิงได้ แค่ข้อ 9 ของ ว14/2558 เพียงพอหรือไม่ ยังไม่รวม แล้วอำนาจใครกันแน่ที่ต้องตัดสิทธิ์

  1. หากผู้สมัครสอบที่ถูกตัดสิทธิ์จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ไหม?

น่าจะเป็นสิทธิ์ และสามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายทางปกครอง แต่ต้องใช้สิทธิ์อุทธรณ์ก่อน จะอุทธรณ์ต่อใครอีกเรื่องหนึ่ง แต่โดยกฎหมายทั่วไปผู้พิจารณาอุทธรณ์ต้องเหนือผู้ตัดสิทธิ์ฯ

โดยอาศัยเหตุแห่งการฟ้องศาลปกครองให้ยกเลิกเพิกถอนคำสั่งตัดสิทธิ์ เพราะหลักเกณฑ์ไม่ได้เขียนอำนาจหน้าที่ผู้ตัดสิทธิ์ไว้ชัดเจนว่าเป็นของใคร และไม่มีกระบวนการขั้นตอนการตัดสิทธิ์กำหนดไว้ที่ชัดเจน ผู้ถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งไม่มีโอกาสโต้แย้งและแก้ข้อกล่าวหา ฯลฯ

ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหารบุคคล เรื่องที่กระทำกับคนหมู่มาก ยิ่งเป็นเรื่องที่อาจทำให้ได้หรือเสียสิทธิ์ โดยเฉพาะการสอบเข้าทำงานซึ่งเป็นอนาคตทั้งชีวิตของบุคคล หากไม่มีความชัดเจนในระเบียบวิธีปฏิบัติ ก็จะตีความต่างๆ นา ๆ อาจนำไปสู่การปฏิบัติที่คลาดเคลื่อน และส่งผลกระทบต่อสิทธิ์บุคคล นำไปสู่การฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาล ความยุ่งยาก การแก้ปัญหาก็จะตามได้

อย่างไรก็ตาม   หากเกิดกรณีที่มีการสมัครสอบแข่งขันหลายแห่งและมีการตัดสิทธิ์เกิดขึ้นจริง หากผู้เสียสิทธิ์คิดว่า “เราผิดนะ หลักเกณฑ์เขียนชัดเจน เราก็ยังไปสมัครหลายที่” หรือ “ เราไม่รู้ เป็นบทเรียน “ คราวหน้าจะระวัง “ หรือ “ฟ้องร้องไปก็ใช้เวลานาน เสียเวลา เสียเงินเสียทอง อาจถูกหมายหัว ไม่ดีกว่า” และหรือให้กำลังใจตนเองว่า “สวรรค์มีตาจริง ๆ น่าจะส่งเรามาเป็นครูผู้ช่วยในการสอบครั้งหน้า” แล้วร้องดังๆ ว่า…โอว้วย ย ย..(เสียงสูง ชูกำปั้น เชิดหน้า)…แบบว่า..เหลือใจหลายเด้..(อีสาน)..

หากเช่นนี้ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรื่องที่เล่ามานี้ มันก็แค่….นิทาน

ข้อมูลอ้างอิง

ว14/2558 หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าราชการเป็นข้า ราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ว7/2559 การ แก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับ ราชการเป็นราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ว3283 การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2559

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *