Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ แหล่งเรียนออนไลน์ครู
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
อ่านทั้งหมด
 
10 ธ.ค. 59
แถลงข่าวผลการประเมิน PISA 2015
 

แถลงข่าวผลการประเมิน PISA 2015(ข่าว)

- สสวท.แถลงข่าวผลการประเมิน "โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ" (Programme for International Student Assessment : PISA) ประจำปี 2015 ว่า สสวท.ได้เข้าร่วมกับ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ตามโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA เพื่อเป็นการประเมินคุณภาพระบบการศึกษาของประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ที่จะเป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีศักยภาพสำหรับการแข่งขันในอนาคต ซึ่งได้จัดการประเมินเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2000 และได้ประเมินอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 3 ปี โดยในปี ค.ศ.2015 มีประเทศที่เข้าร่วมโครงการ 72 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ (ประเทศกลุ่ม OECD 35 ประเทศ, ประเทศเข้าร่วม 37 ประเทศ) และเป็นการจัดสอบด้วยคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ (Computer-Based  Assessment : CBA) เป็นครั้งแรก โดยมีผลการประเมิน PISA 2015 ดังนี้

 

1. ผลประเมินภาพรวมของประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ที่มีคะแนนสูงสุด 5 อันดับในแต่ละด้าน

ด้านวิทยาศาสตร์ ได้แก่ สิงคโปร์ 556 คะแนน, ญี่ปุ่น 538 คะแนน, เอสโตเนีย 534 คะแนน, จีนไทเป 532 คะแนน, ฟินแลนด์ 531 คะแนน ตามลำดับ

ด้านการอ่าน ได้แก่ สิงคโปร์ 535 คะแนน, แคนาดา 527 คะแนน, ฮ่องกง-จีน 527 คะแนน, ฟินแลนด์ 526 คะแนน, ไอร์แลนด์ 521 คะแนน ตามลำดับ

ด้านคณิตศาสตร์ ได้แก่ สิงคโปร์ 564 คะแนน, ฮ่องกง-จีน 548 คะแนน, มาเก๊า-จีน 544 คะแนน, จีนไทเป 542 คะแนน, ญี่ปุ่น 532 คะแนน ตามลำดับ

 

2.ผลประเมินประเทศไทย

ผลการประเมิน PISA 2015 ของประเทศไทยพบว่า มีคะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์ 421 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 493 คะแนน), ด้านการอ่าน 409 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 493 คะแนน) และด้านคณิตศาสตร์ 415 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 490 คะแนน)

 

3.ผลประเมินประเทศอาเซียน

มีประเทศอาเซียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม แต่คะแนนของประเทศมาเลเซียจะไม่ถูกนำมาเปรียบเทียบ เนื่องจากอัตราการเข้าสอบน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีผลการจัดอันดับการประเมินตามลำดับคือ สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย

 

ที่มา ; ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 499/2559

ข่าวเกี่ยวกัน

คะแนนพิซ่าปี 2015การอ่านเด็กไทยอาการหนัก(ข่าว)

-คะแนนของไทยแทบจะไม่ต่างจากครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้คะแนนด้านการอ่านของเด็กไทยลดลง ซึ่งไม่ใช่เพราะเด็กไทยอ่านไม่เข้าใจ แต่เป็นเพราะระบบการทดสอบเปลี่ยนเป็นการอ่านผ่านคอมพิวเตอร์  

-ปัญหาเกิดจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะประเทศไทยมีรูปแบบโรงเรียนที่มีความหลากหลาย และศธ.จะพยายามจะแก้ปัญหานี้ให้ได้  โดยตั้งเป้าหมายว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า คะแนนการประเมิน PISA ของประเทศไทยในแต่ละด้านจะทำได้เพิ่มขึ้น 100 คะแนน

 

ที่มา ; เดลินิวส์ เสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559

 

ขยายประเด็นข่าว

1. PISA คืออะไร

โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA)  ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนเกี่ยวกับการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริงมากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน ปัจจุบันนี้มีประเทศจากทั่วโลกเข้าร่วมโครงการมากกว่า 70 ประเทศ

 

2. PISA ประเมินอะไร

PISA ประเมินสมรรถนะที่เรียกว่า Literacy ซึ่งในที่นี้จะใช้คำว่า การรู้เรื่องและ PISA เลือกประเมินการรู้เรื่องในสามด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy)

PISA ได้แบ่งการประเมินออกเป็น 2 รอบ กล่าวคือ รอบที่ 1 (Phase I: PISA 2000 PISA 2003 และ PISA 2006) และรอบที่ 2 (Phase II: PISA 2009 PISA 2012 และ PISA 2015) ในการประเมินผลนักเรียนจะวัดความรู้ทั้ง 3 ด้าน แต่จะเน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในการประเมินแต่ละระยะ กล่าวคือ

 

การประเมินผลระยะที่ 1 (PISA 2000 และ PISA 2009) เน้นด้านการอ่าน (น้ำหนักข้อสอบด้านการอ่าน 60% และที่เหลือเป็นด้าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%) 

การประเมินผลระยะที่ 2 (PISA 2003 และ PISA 2012) เน้นด้านคณิตศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านคณิตศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%) 

การประเมินผลระยะที่ 3 (PISA 2006 และ PISA 2015) เน้นด้านวิทยาศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านวิทยาศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและคณิตศาสตร์อย่างละ 20%)

 

นอกจากข้อสอบของ PISA จะประเมินการรู้เรื่อง (Literacy) ในสามด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) แล้ว ยังมีการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน และการจัดการเรียนการสอน

ข้อสอบของ PISA มีความน่าสนใจและท้ายทาย โดยมีหลากหลายสถานการณ์ในชีวิตจริงให้นักเรียนอ่าน แต่ละสถานการณ์อาจมีหลายคำถามและหลากหลายรูปแบบในการตอบคำถาม เช่น เลือกตอบ เขียนตอบสั้น ๆ และเขียนอธิบายในการประเมินที่ผ่านมา นักเรียนจะทำข้อสอบในเล่มแบบทดสอบ

 

3.PISA ประเมินใคร

PISA เลือกประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นวัยที่จบการศึกษาภาคบังคับ การสุ่มตัวอย่างนักเรียนทำตามระบบอย่างเคร่งครัด เพื่อประกันว่านักเรียนเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งระบบ อีกทั้งการวิจัยในทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ OECD ทุกประเทศต้องทำตามกฎเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การวิจัยมีคุณภาพอยู่ในระดับเดียวกัน และข้อมูลของทุกประเทศมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ และตามข้อตกลงในการดำเนินโครงการ PISA ของ OECD ไม่อนุญาตให้เปิดเผยรายชื่อของโรงเรียนกลุ่มตัวอย่าง

 

4.PISA ประเทศไทยเริ่มเมื่อใด

ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (PISA 2000) และดำเนินการต่อเนื่องมาใน PISA 2003, PISA 2006, PISA 2009 และ PISA 2012 โดยจัดการประเมินต่อเนื่องทุกสามปี ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินงานในโครงการ PISA 2015 และ PISA 2018

 

6.ประเทศไทยได้อะไรจากการเข้าร่วมการวิจัยในโครงการ PISA

ประเทศไทยไม่ใช่สมาชิก OECD แต่สมัครเข้าร่วมโครงการในฐานะประเทศร่วมโครงการ (Partner countries) เพื่อต้องการตรวจสอบคุณภาพของระบบการศึกษา และสมรรถนะของนักเรียนวัยจบการศึกษาภาคบังคับของชาติเกี่ยวกับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต โดยใช้มาตรฐานของประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นเกณฑ์ชี้วัด ผลสัมฤทธิ์จากการทำแบบทดสอบและข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียน รวมทั้งข้อมูลนโยบาย การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนการสอนจากผู้บริหารของโรงเรียนทำให้ได้ข้อมูลคุณภาพการศึกษาของประเทศทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การประเมินและพัฒนานโยบายทางการศึกษาการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอนของประเทศให้มีคุณภาพทัดเทียมกับนานาชาติต่อไป

 

ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเกี่ยวกับ PISA Downloads

 

ที่มา ; PISATHAILAND

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin