Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ รวมประกาศ คำสั่ง คสช.
+ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
+ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
+ กองทุนกู้ยืมการศึกษา
+ รวมคู่มือสำหรับประชาชน
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการ
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
อ่านทั้งหมด
+ แหล่งเรียนออนไลน์ครู
+ มฐ.ตำแหน่งครู(ปรับปรุง)
+ ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
+ กก.อิสระปฏิรูปการศึกษา
+ พระบรมราโชบายการศึกษา
+ มฐ.ตำแหน่งอำนวยการสูง
+ มาตรฐานตำแหน่ง ศธจ.
+ มาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
+ กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10
+ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
อ่านทั้งหมด
 
5 ก.ค. 60
ทิศทางการประเมินผลของนักเรียนแนวใหม่ (ถามตอบจากข่าว 196)
 

 สรุปประเด็นข่าว

คกก.อิสระสั่งศธ.วัดคุณภาพนร.ทั้งปท.ใหม่(ข่าว)

-แนวคิดประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา โดย ไม่อยากให้การประเมินผลของนักเรียนเป็นการวัดและประเมินผล ว่าใครสอบตกหรือสอบได้ หรือแม้กระทั่งเด็กคนไหนมีคะแนนสอบสูงหรือต่ำ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่การตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง จึงอยากให้การประเมินผลนักเรียนแบบใหม่เป็นการดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมาเหมือนใยแมงมุม ที่จะระบุว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน และเลือกศักยภาพของเด็กมาใช้ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งจะทำให้ครูผู้สอนได้ทราบถึงทักษะของเด็กแต่ละคนด้วย เพื่อที่จะแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม

- ศธ. วางแผนเตรียมการจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาวางกรอบแนวทางร่วมกันเกี่ยวกับ

    1. การปรับระบบประเมินผลนักเรียนระดับชาติทุกช่วงชั้น ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 3 และ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 โดยการปรับระบบการประเมินผลนักเรียนระดับชาติทุกช่วงชั้นนั้น จะต้องสอดคล้องใน 3 เรื่องตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้แก่ คุณธรรม จริยธรรม ทักษะในศตวรรษที่ 21 และความรู้พื้นฐานที่จำเป็น โดยระบบการประเมินผลนักเรียนระดับชาติรูปแบบใหม่จะต้องเป็นมาตรฐานกลางในการวัดและประเมินผล เหมือนกับการสอบวัดมาตรฐานด้านภาษาอังกฤษ (TOEFL) และการสอบเปรียญธรรมของโรงเรียนสงฆ์ ที่มีมาตรฐานกลางเป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ เมื่อมีการปรับระบบประเมินผลนักเรียนใหม่แล้ว การเรียนการสอนในห้องเรียนและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องปรับล้อตามไปด้วย

    2. การจัดทำระบบฐานข้อมูลนักเรียน  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบาย Digital
Economy การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้  ศธ.ก็จะต้องมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลการศึกษา เพื่อให้เชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ได้ทั้งในสังกัดและนอกสังกัด ศธ. โดยระบบฐานข้อมูลการศึกษาจะมีระบบข้อมูลเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะทำให้เรามีข้อมูลการศึกษาของเด็กตั้งแต่สุขภาพ รายได้ เด็กคนไหนหลุดออกนอกระบบการศึกษา และจบการศึกษาไปแล้วทำงานที่ไหน และข้อมูลเหล่านี้จะต้องเชื่อมโยงไปถึงโรงเรียนด้วย

ที่มา ; ไทยโพสต็ Wednesday, July 5, 2017

ขยายประเด็นข่าว

การประเมินคุณภาพผู้เรียน(ขั้นพื้นฐาน)ในปัจจุบัน

สรุปจากข้อเขียน ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ ใน Facebook ความว่า ย้ำมาให้อ่านกันอีกครั้ง "ว่าด้วยเรื่องการประเมินคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2560"

1. สพฐ. โดย สทศ. จะมีเครื่องมือประเมินด้านการอ่านที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สถานศึกษานำไปใช้ประเมินนักเรียนชั้น ป.1
          1.1 ไม่ใช่เป็นการประเมินระดับชาติ 
          1.2 เป็นการประเมินสรุปรวมปลายปี (ภาคเรียนที่ 2)
          1.3. ไม่ใช่ประเมินเพื่อตัดสินผล/เลื่อนชั้น
          1.4 มุ่งเน้นให้ครูและผู้เกี่ยวข้องมีข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล

2.สพฐ.จะใช้ข้อสอบมาตรฐานกลางเพื่อให้โรงเรียนใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินปลายปีของสถานศึกษา (School Assessment)
          2.1 จากนโยบาย สพฐ. ปีงบประมาณ 2558 ส่งเสริมสนับสนุนการนำการทดสอบ O-NET การประเมินของ PISA และระบบการทดสอบกลางของ สพฐ. มาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ/มาตรฐานใกล้เคียงกัน 
          2.2 จากประกาศ สพฐ. เรื่อง แนวปฏิบัติในการยกระดับคุณภาพนักเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ใช้ข้อสอบกลางที่พัฒนาโดย สพฐ. ในการสอบปลายปีอย่างน้อยร้อยละ 20 ของคะแนนสอบทั้งหมด 
          2.3 ข้อสอบกลางจะเป็นข้อสอบมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในตัวชี้วัดที่สำคัญโดยเน้นการคิดขั้นสูง (คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดแก้ปัญหา และคิดสร้างสรรค์) 
          2.4 ให้มีการใช้ข้อสอบกลางในชั้น ป.จำนวน 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ (ภาษาไทย) ชั้น ป.4-ป.จำนวน 3 กลุ่มสาระหลัก (ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์) และชั้น ม.1-ม.จำนวน 5 กลุ่มสาระหลัก (ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

3. สพฐ.จะประเมินความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test: NT) ระดับชั้น ป.3 
          3.1 มุ่งวัดสมรรถนะสำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านภาษา (Literacy) ด้านคำนวณ (Numeracy) และด้านเหตุผล (Reasoning Ability)
          3.2 แบบทดสอบความสามารถด้านภาษา ด้านคำนวณ และด้านเหตุผล จะมีจำนวนข้อสอบ 30 ข้อในแต่ละด้าน โดยแต่ละด้านมีคะแนนเต็ม 35 คะแนน
          3.3 ตารางโครงสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) ศึกษาได้ที่ http://www.bet.obec.go.th

4. สพฐ. จะสร้างข้อสอบ Pre O-NET ชั้น ป.และ ม.ไว้บริการให้กับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำไปใช้เตรียมความพร้อมกับโรงเรียนในสังกัดก่อนสอบ O-NET 
          4.1 การจัดสอบขึ้นอยู่กับว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดจะมีความประสงค์ที่จะจัดสอบ Pre O-NET
          4.2 ให้กำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจัดสอบ Pre O-NET
          4.3 ให้มุ่งเน้นการนำผลการทดสอบ Pre O-NET ไปใช้อย่างแท้จริง

5. การจัดสอบ O-NET ชั้น ป.ม.และ ม.โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) : สทศ.
          5.1 นักเรียนชั้น ป.และ ม.สอบ 4 วิชา (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)
          5.2 นักเรียนชั้น ม.สอบ 5 วิชา (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษาฯ และภาษาอังกฤษ) 
           5.3 หน่วยงานที่ออกข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ชั้น ป.ม.และ ม.คือ สสวท. 
          5.4 ข้อสอบวิชาภาษาไทย เป็นข้อสอบแบบเขียนตอบ/อัตนัย คิดน้ำหนักคะแนนเป็น 20% 
           5.5 ตารางโครงสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) ศึกษาได้ที่ http://www.niets.or.th/th/catalog/view/212

6. การทดสอบวิชาสังคมศึกษาฯ ซึ่งไม่ได้มีการจัดสอบในระดับชาติของชั้น ป.และ ม.3 
          6.1 ให้สถานศึกษาดำเนินการประเมินปลายปีในวิชาสังคมฯ เช่นเดียวกันกับการประเมินในวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และวิชาการงานฯ ที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว 
          6.2 ให้สถานศึกษาพัฒนาเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน วางระบบและดำเนินการประเมินปลายปีในวิชาดังกล่าวให้ได้มาตรฐาน

7. ช่วงเวลาการทดสอบทั้งระบบของนักเรียนชั้น ม.ทั้งการสอบปลายปีของโรงเรียน (School Assessment) การทดสอบระดับชาติ (O-NET) และการสอบเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา (วิชาสามัญ และ GAT/PAT) จะอยู่ในช่วงใกล้เคียงและติดต่อกันตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม

8. ระบบการสอบเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2561 จะมีการเปลี่ยนระบบการคัดเลือกใหม่ 
          8.1 ยึดหลัก 1 คน 1 สิทธิ์ 
          8.2 ให้นักเรียนเรียนจบหลักสูตรก่อนจะมีการสอบคัดเลือก 
          8.3 ระบบการสอบคัดเลือกใหม่ มีการคัดเลือก จำนวน 5 ครั้ง
               1) ครั้งที่ 1 ระบบ Portfolio ไม่สอบข้อเขียน (รับตรงโดยไม่มีการสอบ พิจารณาจากแฟ้มสะสมงานของนักเรียน และส่งข้อมูลไปเคลียริ่งเฮาส์)
                2) ครั้งที่ 2 ระบบโควตาสอบข้อเขียน (รับตรงแบบใช้คะแนนสอบ ใช้คะแนนสอบจากส่วนกลาง และส่งข้อมูลไปเคลียริ่งเฮาส์)
                3) ครั้งที่ 3 ระบบรับตรงร่วมกัน (สมัครสอบระบบกลางร่วมกันทั่วประเทศ นักเรียนเลือกได้ 4 สาขา โดยไม่ต้องเรียงลำดับ ระบบจะส่งข้อมูลให้มหาวิทยาลัยพิจารณา และตอบรับหรือไม่ตอบรับกลับมาในระบบ (ทั้ง 4 สาขา) และประกาศผลคะแนน โดยนักเรียนทราบผลคะแนน)
                4)  ครั้งที่ 4 ระบบ Admission (เป็นระบบ Admission เดิมที่สอบในปัจจุบัน นักเรียนเลือกได้ 4 สาขา แต่ต้องเรียงลำดับ ระบบจะประกาศผลสาขาที่ได้รับเพียงสาขาเดียว และหากใช้สิทธิ์แล้ว จะไม่มีสิทธิ์สมัครรับตรงอิสระ)
                5) ครั้งที่ 5 ระบบรับตรงอิสระ (สมัครโดยตรงกับมหาวิทยาลัย และอาจมีการสอบวิชาเฉพาะเพิ่มเติมได้)

ที่มา ; ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐวันที่ มิถุนายน 2560

ตั้งข้อสอบ

1.  คำถาม  : วัตถุประสงค์ของการประเมินผู้เรียนตามแนวทางใหม่ คือ

    คำตอบ  : เพื่อพัฒนา(เสริมจุดเด่นและพัฒนาจุดด้อย)

2. คำถาม   : รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดคุณภาพผู้เรียน มีอะไรบ้าง

    คำตอบ  : คุณธรรม จริยธรรม ทักษะในศตวรรษที่ 21 และความรู้พื้นฐานที่จำเป็น

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                                              (c) All Rights Reserved & Created by Mr.Borworn Taesarin