Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการหน่วยงานองค์กรที่ควรรู้
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
+ รวมเว็บไซต์ราชการ
+ สำนักกีฬานันทนาการ
+ กระทรวงศึกษาธิการ
+ กระทรวงวัฒนธรรม
+ กระทรวงกีฬาท่องเที่ยว
อ่านทั้งหมด
+

ร่าง พรบ.ไปใช้บำนาญเดิม

+ พนักงานมหาวิทยาลัย
+ ใบประกอบวิชาชีพครูอาชีว
+ เส้นทางประกอบวิชาชีพครู
+

คสช.กับการปฎิรูปประเทศ

+

เงินเดือนครูตามคุณวุฒิ

+

การปฏิบัติผู้เข้าสอบ

+ อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
+ การเลือกตั้งผู้แทนครู
+

ปรับ มฐ.ตำแหน่ง ผอ.รร.

อ่านทั้งหมด
 
16 ก.ค. 55

ข้อเสนอTDRI ยกเลิกการประเมินคุณภาพภายนอก (16 ก.ค. 55)

 

                 เป็นที่ทราบกันดีว่า ปีนี้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ได้เริ่มเข้าทำการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาเป็นรอบที่สามแล้ว บางสถานศึกษาก็ได้ผ่านการประเมินไปแล้ว ขณะที่อีกหลายสถานศึกษากำลังเข้าคิวเพื่อรอรับการประเมินตามลำดับต่อไป เรื่องนี้สร้างความความยากลำบากให้แก่สถานศึกษาที่ต้องเข้ารับการประเมินอย่างมาก โดยเฉพาะสถานศึกษาในระดับโรงเรียนของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เพราะโรงเรียนเหล่านี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ช่วยจัดทำเอกสาร และรวบรวมหลักฐานเหมือนมหาวิทยาลัยที่มีบุคลากรช่วยวิชาการจำนวนมาก

                ภาระเหล่านี้จึงตกกับครูผู้สอนที่ต้องทำงานหนักและเป็นงานที่ไม่คุ้นเคยอีกด้วย (ครูหลายคนต้องลาออกหรือเออรี่รีไทร์ก็ด้วยสาเหตุนี้) ขณะที่มหาวิทยาลัยเองก็ต้องทุ่มเททั้งงบประมาณและสรรพกำลังลงไปเป็นอันมาก(แทนที่จะนำไปสร้างประโยชน์อื่นๆ) ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการในเรื่องนี้ได้ผลออกมาดีที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำถามคาใจผู้อยู่ในสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมินเสมอๆว่า การประเมินสถานศึกษาแบบนี้มันคุ้มค่ากันหรือไม่

                 ในการประเมินสถานศึกษารอบแรก และรอบสองนั้นพอทำใจได้ว่า สถานศึกษาอาจไม่คุ้นเคยในการจัดทำเอกสารและขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการประเมินอย่างถ่องแท้ เป็นเหตุทำให้เกิดความยุ่งยากมากมายเป็นอย่างยิ่ง แต่บัดนี้เป็นการประเมินที่รอบสามแล้ว สถานการณ์ก็ยังเหมือนๆเดิม กล่าวคือ เกณฑ์การประเมินของ สมศ.ยังไม่เคยหยุดนิ่งและเกณฑ์บางอย่างก็ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง(ไม่มีประโยชน์ต่อการประเมิน) อีกทั้งมาตรฐานของผู้ประเมินแต่ละคนแต่ละคณะก็ยังมีความแตกต่างกันมากเหมือนเดิม แม้แต่กรรมการผู้ประเมินของ สมศ. เองก็ยังยอมรับในข้อบกพร่องนี้ เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า ข้อเสนอแนะที่ TDRI เคยนำเสนอต่อ สมศ. นั้น นับเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อระบบการศึกษาของชาติ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากคณะกรรมการบริหารของ สมศ. เหมือนสมศ.ไม่เคยรับรู้เรื่องนี้เลย

 

สำหรับข้อเสนอแนะของ TDRI ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยโดยตรงนั้นมี 2 ข้อ ได้แก่

              1. ให้ยกเลิกการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หรืออย่างน้อยต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ให้มีความเชื่อมโยงกับผลการเรียนของนักเรียน(หรือบัณฑิตของมหาวิทยาลัย) ทั้งนี้เพราะมีข้อมูลและผลการวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ผลการประเมินสถานศึกษาที่ผ่านมาสูงขึ้นแต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน(O-net)ต่ำลง ซึ่งสวนทางกันโดยสิ้นเชิง แม้ในระดับมหาวิทยาลัยจะไม่มีข้อมูลชัดเจนเช่นนี้ เพราะมีความหลากหลายด้านหลักสูตร(ปริญญาและสาขาวิชา) แต่ก็เชื่อได้ว่า น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเรื่องนี้อาจชี้ได้ว่า สมศ.ไม่ควรเข้าไปประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เพราะการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยนั้น นอกจากมีความหลากหลายในสาขาวิชาแล้ว หลายสาขาวิชายังมีสมาคมหรือสภาวิชาชีพคอยควบคุมอยู่แล้วด้วย สมศ.ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสมาคมหรือสภาวิชาชีพควบคุมดูแลกันเอง อาทิเช่น คุรุสภา แพทย์สภา สภาพยาบาล สภาเภสัชกร และสภาวิศวกร เป็นต้น เพราะถ้าบัณฑิตในสาขาวิชาใดจากสถาบันการศึกษาใด หากไม่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของวิชาชีพนั้น บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาไปก็อาจไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพในสาขานั้นๆ สถาบันการศึกษานั้นก็จำเป็นจะต้องหาทางยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนในสาขาวิชานั้น หากทำไม่ได้ก็จะไม่มีคนเข้าเรียนไปโดยปริยาย

                  2. ให้รางวัลแก่ผู้บริหารสถานศึกษา(อธิการบดีและคณบดี)และคณาจารย์ รวมทั้งบุคลากรตามความสามารถในการยกระดับผลการเรียนของนักศึกษา(คุณภาพของบัณฑิต) โดยการปรับขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ หรือประกาศยกย่องเกียรติคุณ หรือจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้มหาวิทยาลัยนั้นได้ทำงานเต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ ไม่ถูกปิดกั้นด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณอีกต่อไป แต่การประเมินที่ผ่านมาทั้ง 2 ครั้ง ยังไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง(คาดว่าครั้งที่ 3 นี้ก็คงไม่ต่างกัน) ทั้งๆที่จุดประสงค์สำคัญของการประเมินก็เพื่อการพัฒนา แม้จะมีบางมหาวิทยาลัยนำผลการประเมินของ สมศ.ไปพัฒนาตนเองอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อได้ว่า มหาวิทยาลัยเหล่านั้นพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่แล้ว แม้ไม่ได้รับการชี้แนะจากคณะกรรมการประเมินของ สมศ.

นอกจากนี้ ผู้เขียนมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรต้องมีการสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางวิชาการให้แก่มหาวิทยาลัยที่ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมิน(มาตรฐาน)ด้วย หากพบข้อบ่งชี้ว่า มหาวิทยาลัยนั้นๆยังมีศักยภาพพอที่จะยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้นได้ แต่ถ้าไม่พบว่ามีศักยภาพพอ ควรตัดการสนับสนุนงบประมาณและผลักดันให้เกิดการยุบรวมหรือเคลื่อนย้ายทรัพยากรที่มีอยู่ไปใช้งานอย่างอื่น

ทั้งนี้เพื่อให้งบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะเชื่อได้ว่า ตราบใดที่ยังไม่มีมาตรการให้คุณให้โทษแก่สถานศึกษาอย่างจริงจัง การประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาโดย สมศ. ก็ไม่มีความหมาย นอกจากจะเป็นการลงทุนลงแรงที่สูญเปล่าแล้ว ซ้ำร้ายยังอาจเป็นอุปสรรคคอยฉุดรั้งให้มหาวิทยาลัยเดินไปข้างหน้าช้าลงอีกด้วย การอุดมศึกษาของไทยอาจไม่ได้ตามหลังแค่สิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้น แต่อาจต้องตามหลังอินโดนีเซียและเวียดนามด้วยก็เป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) กำลังจะถือกำเนิดเป็นรูปธรรมในปี พ.ศ. 2558 นี้

                 นับเป็นเวลากว่าสิบปีแล้วที่มหาวิทยาลัยจะต้องทำการประเมินคุณภาพภายในเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังต้องถูกประเมินภายนอกโดย สมศ.ทุกๆ 5 ปี และโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นระยะๆอีกด้วย แต่ผลการประเมินของทั้งสององค์กรยังไม่ค่อยถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมเท่าใดนัก นอก จากการนำผลมาเป็นเกณฑ์ในการให้โบนัสแก่หน่วยงานเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่ความยากลำบากที่เกิดขึ้นกับคนในมหาวิทยาลัยนั้นมากมายมหาศาลจนอาจกล่าวได้ว่า การประเมินคุณภาพจากภายนอกเป็นอุปสรรคในการพัฒนามหาวิทยาลัยในทุกวันนี้

บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ทั้ง สมศ. และ ก.พ.ร.น่าจะต้องหันกลับมาทบทวนบทบาทของตนเองดูบ้าง โดยเฉพาะผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ สมศ.นั้น มีคุณูปการต่อวงการศึกษามากน้อยเพียงใด และคุ้มค่าต่อเวลา งบประมาณ และทรัพยากรที่หมดไปหรือไม่ หรือเพื่อความชอบธรรม ให้มหาวิทยาลัยเข้าไปประเมินคุณภาพของทั้งสององค์กรดูบ้าง ก็น่าจะดีไม่น้อย

 

บทความโดย ผศ.สุพจน์ เอี้ยงกุญชร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

 

ที่มา ; แนวหน้า วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สาระสำคัญ : ข้อเสนอแนะของ TDRI ให้ยกเลิกการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ให้รางวัลแก่ผู้บริหารสถานศึกษาตามความสามารถในการยกระดับผลการเรียนของนักเรียน

 

คำถามคำตอบ

1. คำถาม  :   ผู้ประเมินภายนอก หมายถึง

   คำตอบ  :   สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)

2. คำถาม  :   หน่วยงานที่วางระบบการประเมินคุณภาพของส่วนราชการ คือ

    คำตอบ :   คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

หมายเหตุ  เป็นคำถามวิชานโยบายความรอบรู้/กฎหมาย/งานในหน้าที่สำหรับ ครู ผู้บริหารทุกตำแหน่ง

ถามตอบสอบครู  โดย อ.บวร เทศารินทร์ วันที่  16 ก.ค. 2555  คำถามคำตอบสอบครูบนเวริด์เพรส ติวสอบครูยูทูป

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                Copyright. & Created by Mr.Borworn Taesarin