Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ ประกาศเข้ารับราชการ
+ ราชบัณฑิตยสถาน
+ ตลาดการศึกษาออนไลน์
+ ฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
+ รวมส่วนราชการหน่วยงานองค์กรที่ควรรู้
+ รัฐบาลประเทศไทย
+ สมาคมข้าราชการพลเรือน
+ สำนักนายกรัฐมนตรี
+ วัฒนธรรมสร้างสรรค์
+ สนง.วิชาการสภาผู้แทนฯ
+ รวมเว็บไซต์ราชการ
+ สำนักกีฬานันทนาการ
+ กระทรวงศึกษาธิการ
+ กระทรวงวัฒนธรรม
+ กระทรวงกีฬาท่องเที่ยว
อ่านทั้งหมด
+ พรบ.ไปใช้บำนาญเดิมUndo
+

ปรับมฐ.ตำแหน่งครูผู้ช่วย

+ 86สาขาวิชาชีพขาดแคลน
+

“ครู”ในทัศนะของ รมว.ศธ.

+ ค่านิยมหลัก12 ประการ
+ โยบายรัฐบาลประยุทธ์
+ สมรรถนะครูเชิงทฤษฎี
+

ร่าง พรบ.ไปใช้บำนาญเดิม

+ พนักงานมหาวิทยาลัย
+ ใบประกอบวิชาชีพครูอาชีว
อ่านทั้งหมด
 
30 มิ.ย. 56
นักวิชาการชี้จุดอ่อนหลักสูตรใหม่ของ ศธ. (30 มิ.ย.56)    
 

            วันนี้(29มิ.ย.) ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดี และรักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร์ มธบ.ได้จัดเสวนา"หลักสูตรใหม่จะแก้ปัญหาสังคมไทยได้อย่างไร" ซึ่งตนได้ให้ความเห็นกรณีที่ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้สรุปเกี่ยวกับโครงสร้างหลักสูตรใหม่ และจัดทำร่างโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานฉบับใหม่ แบ่งเป็น 6 กลุ่มความรู้ ประกอบด้วย กลุ่มภาษาและวัฒนธรรม, กลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์, กลุ่มการดำรงชีวิตและโลกของงาน, กลุ่มทักษะสื่อและการสื่อสาร, กลุ่มสังคมและความเป็นมนุษย์ และ กลุ่มอาเซียน ภูมิภาค และโลก ซึ่งตนมองว่าในภาพรวมของหลักสูตรใหม่นั้น คณะผู้จัดทำมีความพยายามใส่เนื้อหาสาระที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาวะ ปัจจุบัน แต่ยังดูกระท่อนกระแท่น เพราะบางรายวิชาที่นำมาใส่ไว้ในกลุ่มความรู้เป็นเรื่องของกระบวนการ ไม่ใช่เนื้อหาสาระโดยตรง เช่น เนื้อหาเรื่องชีวิตในโลกเสมือนและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่อยู่ในกลุ่มทักษะ สื่อฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเห็นว่าหลักสูตรใหม่ยังมีจุดอ่อนตรงที่ไม่ได้มีการพูดถึงเป้า หมายและทิศทางที่อยากให้เด็กไทยเป็นอย่างไรในอนาคตเมื่อเรียนจบหลักสูตรไป แล้ว
              "หลักสูตรใหม่มีทิศทางที่ดูจะน่าสนใจดี แต่ยังขาดแนวคิดพื้นฐานว่าต้องการไปทางไหนกันแน่ ในแต่ละกลุ่มหลักสูตรยังมีลักษณะที่ค่อนข้างจะหละหลวม เพราะเนื้อหาสารที่ทำมายังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในแนวไหน ยกตัวอย่าง เช่น ในกลุ่มการดำรงชีวิตและโลกของงาน จะมีเนื้อหารายวิชาประกอบด้วย โลกเกษตรกรรม, คหกรรม, นวัตกรรม-เทคโนโลยีและเศรษฐกิจ, ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ, ชีวิตกับเศรษฐศาตร์, ระบบสุขภาพ, เพศศึกษา และชีวิตกับกฎหมาย ซึ่งผมคิดว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มันสับสนที่สุดเลย คือจะเน้นทางด้านมนุษยศาสตร์ หรือจะเน้นด้านสังคม ส่วนวิชาชีวิตกับเศรษฐศาสตร์ จะเน้นอะไร สังคมหรือจะเน้นธุรกิจ เพราะฉะนั้นในกลุ่มสาระเดียวกันมันมีความไม่ชัดเจนว่าจะเน้นไปในแนวไหนและ อย่างไร ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสน นอกจากนี้ผมคิดว่าหลักสำคัญที่สุดคือการตั้งโจทย์ก่อนว่าเราต้องการเห็นคน ไทยในอนาคตที่จะอยู่ในสังคมเป็นรูปแบบใดเพื่อให้ทิศทางการร่างหลักสูตรมี ความชัดเจนมากกว่านี้" ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าว
             รองอธิการบดีมธ.ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังอยากเห็นการจัดทำหลักสูตรด้วยรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่การตั้งคณะทำงานแล้วก็ร่างหลักสูตรจากบนลงล่าง แต่ควรจะมีการศึกษาความต้องการหลักสูตรจากล่างขึ้นบน คือการถามความต้องการจากคนในสังคมที่มีหลากหลาย และอยากให้มีแนวทางการศึกษาที่หลากหลายมากขึ้นจากเดิมที่เด็กส่วนใหญ่จบ มัธยมต้นแล้วยังไม่รู้จะทำอะไรก็ต้องต่อมัธยมปลาย บางคนเรียนจบปริญญาตรีแล้วไม่รู้จะทำอะไรอีกก็ต่อปริญญาโท เป็นต้น ดังนั้น ศธ.ควรจะมีแนวทางที่เปิดกว้างมากขึ้น
             รศ.ดร.พิมพันธ์ เตชะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การปรับเนื้อหาการเรียนรู้จาก 8 กลุ่มสาระมาเป็นหลักสูตร 6 กลุ่มดังกล่าวยังมีความลักลั่น โดยเฉพาะกลุ่มภาษาและวัฒนธรรมกับกลุ่มทักษะสื่อและการสื่อสารซึ่งน่าจะมี เนื้อหาในทางเดียวกัน เพราะทักษะสื่อฯ ถือเป็นเรื่องกระบวนการ ขณะที่ภาษาและวัฒนธรรมจัดเป็นเนื้อหา ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้น่าจะเกี่ยวข้องกัน เช่นเดียวกับกลุ่มการดำรงชีวิตฯ และกลุ่มสังคมฯ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องเดียวกัน คือเป็นการเน้นเรื่องสังคม ศาสนา วัฒนธรรม แต่จะแบ่งเป็นส่วนของสังคมภูมิภาคและสังคมโลก เป็นต้น แต่ในส่วนที่ตนเห็นด้วยอย่างมากคือกลุ่มวิทยาศาสตร์ฯ ที่เน้นเรื่องเสต็ม ประกอบด้วย Science, Technology, Engineering and Mathematics (STEM) ซึ่งถือเป็นเทรนด์ตามแบบประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่จะให้ความสำคัญกับการสร้างเด็กให้เป็นนวัตกรโดยใช้ฐานสำคัญของวิทยาศาตร์ เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์
          "ส่วนกรณีที่คณะทำงานชุดดังกล่าวได้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กไทย จากเดิม 8 ข้อ เหลือ 6 ข้อนั้น เห็นว่าจุดที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องของสำนึกประชาธิปไตย เพราะบ้านเราทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง คอร์รัปชั่น และเพศศึกษา ส่วนข้ออื่นๆ ก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิม อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญของการกำหนดเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ หรือสมรรถนะผู้เรียนทั้งหลายนั้น จะต้องทำให้เกิดความเข้าใจแก่กลุ่มครูซึ่งเป็นผู้สอนให้เกิดผลสัมฤทธิ์แก่ นักเรียนด้วย เพราะถ้าหลักสูตรเขียนมาอย่างดี แต่ครูผู้สอนไม่สามารถวิเคราะห์หลักสูตรออกมาเป็นวิธีการจัดการเรียนการสอน ได้ก็จะไม่เกิดผลลัพธ์อยู่ดี" รศ.ดร.พิมพันธ์ กล่าว.

 

ที่มา : เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556 เวลา 18:35 น.

สาระสำคัญ : นักวิชาการชำแหละร่างหลักสูตรใหม่ ศธ. ระบุยังไม่ชัดเจน-ลักลั่น ชี้เนื้อหากับสาระแยกกันไม่ออก ห่วงครูไทยตีโจทย์ไม่แตกนำไปใช้จริงไม่ได้

 

คำถามคำตอบ

 

1. คำถาม  :  หลักสูตรการศึกษาพื้นฐานฉบับใหม่(ร่าง) แบ่โครงสร้างออกเป็นกี่กลุ่ม

    ตอบ    :   กลุ่ม 6 กลุ่มความรู้ ประกอบด้วย กลุ่มภาษาและวัฒนธรรม, กลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์, กลุ่มการดำรงชีวิตและโลกของงาน, กลุ่มทักษะสื่อและการสื่อสาร, กลุ่มสังคมและความเป็นมนุษย์ และ กลุ่มอาเซียน ภูมิภาค และโลก

2. คำถาม   : หลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน ที่ใช้ในปัจจุบัน  คือ

    คำตอบ   : หลักสูตรแกนกลางการศึกษาพื้นฐาน  พ.ศ.2551

 

คำถามวิชานโยบายความรอบรู้/กฎหมาย/งานในหน้าที่สำหรับ ครู ผู้บริหารทุกตำแหน่ง

ถามตอบสอบครู  โดย อ.บวร เทศารินทร์  วันที่  30 มิถุนายน 2556  ถามตอบสอบครู  สอบครูวีดีโอ

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                Copyright. & Created by Mr.Borworn Taesarin