Untitled Document
Untitled Document

ห้องสอบผู้บริหาร
 
ห้องสอบครูผู้ช่วย
 
ห้องสอบศึกษานิเทศก์
 
ห้องสอบ พนง.ราชการ
 
ห้องสอบราชการอื่น
 
ห้องอบรมสัมมนา
 
ห้องหนังสือคู่มือสอบ
 
 
ห้องคลังข้อสอบ
 
ห้องระเบียบกฎหมาย
 
ห้องติดต่อเจ้าของบ้าน
 
ห้องส่วนตัว
ห้องผลงานวิชาการ
+ หมายรับสั่ง  กำหนดการ หมายกำหนดการใช้ต่างกันอย่างไร
+ ภาษาแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
+

ตัวหนังสือไทย

+ ความสามารถด้านภาษาไทย
+ ความสามารถด้านภาษาไทย
อ่านทั้งหมด
+

 ความสามารถด้านตัวเลข

+ ข้อสอบวัดความสามารถด้านคณิตศาสตร์
+ ข้อสอบวัดความสามารถด้านคณิตศาสตร์
+ ความสามารถด้านตัวเลข
+ คณิตไม่ยากอย่างที่คิด
อ่านทั้งหมด
+ ความสามารถด้านเหตุผล
+

ทดสอบทางวิชาการเหตุผล

+

ความสามารถพหุปัญญา

+

องค์ประกอบด้านสติปัญญา IQ (Intelligent Quotient

+ ความสามารถด้านเหตุผล
อ่านทั้งหมด
+

สรุปประเด็นจรรยาบรรณในการปฏิบัติงานของผู้บริหารการศึกษา

+ คุณธรรม จริยธรรมสำหรับผู้บริหารการศึกษา
+

คู่มือปฏิบัติราชการของครู

+

คู่มือปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณข้าราชการ

+

คู่มือประเมินสมรรถนะครู

อ่านทั้งหมด
+

รวมรูปแบบทฤษฎีการเรียนการสอน

+ จิตวิทยาการศึกษา
+

พหุปัญญาคืออะไร

+

การเรียนการสอนแบบ CAI

+

เรียนการสอนแบบ 4 MAT

อ่านทั้งหมด
25 ต.ค. 52
การเทียบโอนความรู้/ทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู
 

   การเทียบโอนความรู้/ทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู อีกแนวทางสู่วิชาชีพครูของคุรุสภา

            การประกอบวิชาชีพครูในปัจจุบันภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 53 วรรคสอง ได้กำหนดให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐและเอกชน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด

และพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มาตรา 43 บัญญัติไว้ว่า ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม และมาตรา 44 ได้กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม ต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(ก) คุณสมบัติ

(1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(2) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง

(3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

(ข) ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นผู้ที่ความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

บทบัญญัติตามกฎหมายการศึกษาทั้ง 2 ฉบับที่กล่าวถึงข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า ครู ซึ่งหมายถึงบุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอน และส่งเสริมการเรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน เป็นวิชาชีพควบคุม โดยจะต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม

สถาบันที่ทำหน้าที่ผลิตครูในปัจจุบันได้ดำเนินการจัดการศึกษาทางด้านศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติ ข้อ (3) ที่กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี

และผ่านการประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ด้วยการเปิดสอนหลักสูตรครู 5 ปี ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยผลิตครู และหน่วยใช้ครูมีความเข้าใจตรงกัน

อีกไม่ช้าไม่นานก็จะมีครูที่จบการศึกษาตามหลักสูตรครู 5 ปี ออกสู่สังคมไทย

ขณะเดียวกันได้เกิดช่องทางอีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจจะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูเมื่อประธานกรรมการคุรุสภา (ศาสตราจารย์เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์) ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา 2 ฉบับ

ฉบับแรกเรื่อง รับสมัครสอบเทียบโอนความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา

และฉบับที่สองเรื่อง รับสมัครทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู

ทั้งสองฉบับมีเป้าหมายตรงกันสำหรับผู้ที่ประสงค์จะประกอบวิชาชีพครูที่มีมาตรฐานความรู้ไม่ตรงตามที่กำหนดในข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2548 และได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับการเทียบโอนความรู้ และผู้ขอรับการทดสอบ เหมือนกัน คือมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 (ข) แห่งพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546

จะเห็นว่าประกาศของคุรุสภาทั้ง 2 ฉบับนี้เป็นการเปิดกว้างให้กับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาต่างๆ ที่ต้องการเข้าสู่วิชาชีพครูเป็นแนวทางที่น่าสนใจมาก

พิจารณาในแง่ของสิทธิและเสรีภาพในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นับว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม รวมทั้งแนวทางดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครูทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาที่มีความขาดแคลน ประกาศทั้ง 2 ฉบับนี้จะส่งผลให้ได้ครูที่มีคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา เทคโนโลยี ช่าง ฯลฯ ในเวลาที่รวดเร็ว

ซึ่งตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการรับรองความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพเพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ.2550 ข้อ 9 ระบุไว้ว่า ให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาออกวุฒิบัตรเป็นหลักฐานการรับรองความรู้ตามมาตรฐานที่ผ่านการรับรองแล้ว

และในข้อ 10 ผู้ผ่านการรับรองความรู้ครบตามมาตรฐานความรู้จะได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนสำหรับวิชาชีพครู ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนเมื่อปฏิบัติการสอนเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านการรับรองจากสถานศึกษาให้ทำหลักฐานการผ่านการรับรองมาขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

ข้อกำหนดดังที่กล่าวนี้เป็นการสร้าง หรือพัฒนาอีกแนวทางหนึ่งไปสู่วิชาชีพครูที่ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติ รวมทั้งเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพในการผลิตครู หวังว่ามาตรการตามแนวทางนี้ประเทศไทยจะเพิ่มปริมาณ และคุณภาพครูสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้  นับว่าเป็นการปฏิบัติการเชิงรุกของคุรุสภาอีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนาวิชาชีพครู

 

ที่มา สุรชัย เทียนขาว มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

      http://news.sanook.com/world/world_202239.php

 
ดาวน์โหลดไฟล์   
 
                                                                                                                Copyright. & Created by Mr.Borworn Taesarin