คู่มือการปฏิบัติงาน
การศึกษาต่อ ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ภายในประเทศ
ของข้าราชการและลูกจ้างประจำสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ. 2547
--------------------------------------
เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับการลาศึกษาต่อ
ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยภายในประเทศของข้าราชการและลูกจ้างประจำสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม จึงได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเรื่อง การศึกษาต่อ ฝึกอบรม
หรือปฏิบัติการวิจัยภายในประเทศของ
และลูกจ้างประจำสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2547 ประกอบด้วยเรื่องดังต่อไปนี้
1.
การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ
1.1)
การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ ประเภท ก
1.2)
การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ ประเภท ข
2.
ขั้นตอนการจัดทำสัญญา
และสัญญาค้ำประกัน
3.
การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคนอกเวลาราชการ
3.1)
การศึกษาต่อภาคนอกเวลาราชการ
โดยใช้เวลาราชการบางส่วนไปศึกษา
3.2)
การศึกษาต่อภาคนอกเวลาราชการ
โดยไม่ใช้เวลาราชการไปศึกษา
4.
การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคฤดูร้อน
5.
การฝึกอบรม ภายในประเทศ
6.
การปฏิบัติการวิจัย ภายในประเทศ
7.
การคำนวณเงิน
และเรียกชดใช้ทุนกรณีผิดสัญญา
8.
การรายงานจำนวนข้าราชการลาศึกษาต่อ
ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ภายในประเทศ
9.
เอกสารประกอบการดำเนินการ
การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ
การศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ
หมายถึง การศึกษาต่อโดยใช้เวลาราชการเต็มเวลา แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
ประเภท ก
ได้แก่ ประเภทที่หน่วยงานต้นสังกัดคัดเลือกส่งไปศึกษา
ประเภท ข ได้แก่ ประเภทที่ต้องไปสมัครสอบคัดเลือก หรือ คัดเลือกในสถาบันการศึกษาด้วย
ตนเอง
ข้าราชการ หมายถึง ข้าราชการครู และข้าราชการพลเรือนสามัญ
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้หมายความรวมถึงลูกจ้างประจำด้วย
คุณสมบัติ ผู้ลาศึกษาต่อภาคปกติ
|
ข้าราชการครู
|
ข้าราชการพลเรือน |
|
1. ต้องมีเวลารับราชการติดต่อกันไม่น้อยกว่า
24 เดือนเต็ม ทั้งนี้นับถึงวันที่ 15 มิถุนายน ของปีที่จะเข้าศึกษา กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ข้าราชการที่มีเวลารับราชการติดต่อกันน้อยกว่า
24 เดือนเต็ม แต่ ไม่น้อยกว่า
12 เดือนเต็ม ไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และจำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจอนุญาตเป็นรายๆ
ไป |
1. พ้นกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ |
|
2. มีอายุไม่เกิน 45 ปี บริบูรณ์
นับถึงวันที่ 15 มิถุนายน ของปีที่จะเข้าศึกษา
|
2. ไปศึกษาขั้นต่ำกว่าปริญญาตรีต้องมีอายุไม่เกิน
35 ปี ขั้นปริญญาตรีอายุไม่เกิน 40 ปี และสูงกว่าปริญญาตรีอายุไม่เกิน
45 ปี นับถึงวันเริ่มต้น เปิดภาคการศึกษา
|
|
|
|
กรณีอายุเกิน 45 ปี จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจอนุญาตเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย ทั้งนี้ต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติราชการชดใช้ทุนครบก่อนเกษียณอายุราชการ
3.
ปฏิบัติราชการด้วยดี
มีความประพฤติเรียบร้อย และไม่อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัย ในกรณีที่ถูกลงโทษทางวินัย
ระดับโทษต้องไม่สูงกว่าโทษภาคทัณฑ์
ข้าราชการที่ถูกลงโทษตัดเงินเดือนจะไปศึกษาต่อได้
เมื่อพ้นโทษตัดเงินเดือนแล้ว หรือถ้าเป็น ผู้ถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือนจะไปศึกษาต่อได้ เมื่อถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือนแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน
ข้าราชการที่อยู่ในระหว่างลาศึกษาต่อภายในประเทศภาคปกติ จะสมัครสอบหรือสอบคัดเลือกเพื่อไปศึกษา
หรือฝึกอบรมอื่นใดมิได้
4. มีคุณสมบัติและพื้นความรู้ตามระเบียบที่สถาบันการศึกษานั้นๆ
กำหนดไว้
5.
ข้าราชการที่เคยได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติ
หรือศึกษาต่อต่างประเทศแล้วจะศึกษาต่ออีก ต้องกลับไปปฏิบัติราชการตามที่กำหนดในข้อ
1 กรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ข้าราชการซึ่งกลับมาปฏิบัติราชการไม่ครบตามกำหนดไปศึกษาต่ออีก จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจอนุญาตเป็นรายๆ
ไป
6.
จำนวนผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกให้ไปศึกษาต่อ
ต้องไม่เกิน 5%
ของจำนวนข้าราชการ
ในสถานศึกษา หรือ หน่วยงานนั้นๆ ทั้งนี้ รวมทั้งข้าราชการที่กำลังศึกษาต่ออยู่ภายในประเทศและต่างประเทศด้วย
เศษถึงครึ่งให้ปัดเป็น 1 คน (ไม่นับฝ่ายบริหาร) และข้าราชการที่เหลืออยู่จะต้องสอนไม่เกินคนละ
22 คาบต่อสัปดาห์ ในหมวดวิชานั้นๆ หรืออยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต
สถานศึกษาหรือหน่วยงานใด
มีข้าราชการจำนวนน้อย และคิดเป็นโควตาไม่ได้ แต่มีผู้สอบ คัดเลือกเพื่อศึกษาต่อได้
ให้ศึกษาต่อได้โรงเรียนหรือหน่วยงานละไม่เกิน 1 คน
การดำเนินการศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ ประเภท ก
|
ขั้นตอนการดำเนินการ |
เอกสารประกอบ
|
ผู้มีอำนาจ อนุญาต/ดำเนินการ |
|
ขั้นตอนการดำเนินการศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ ประเภท ก 1. สพฐ. พิจารณาโควตาประเภท ก ที่ได้รับการ จัดสรรจากสถาบันการศึกษาให้สพท.
ตามความเหมาะสม |
1. ผลการสอบคัดเลือกจาก สถาบันการศึกษา 2. สำเนา
ก.พ. 7 3. หลักฐานการทำสัญญา
และสัญญาค้ำประกัน
รายละเอียดตามขั้นตอน การทำสัญญา |
1) ผู้บริหารสถานศึกษามีอำนาจอนุญาต - ข้าราชการใน
สถานศึกษา 2) ผอ.สพท. มีอำนาจอนุญาต - ผู้บริหารสถานศึกษา - ข้าราชการที่ปฏิบัติงาน
ในสำนักงานของสพท. 3) สพฐ. มีอำนาจอนุญาต - ผอ.สพท. - ข้าราชการที่ปฏิบัติงาน
ในสำนักงานของสพฐ.
|
|
2. สพท. ประสานงานกับสถาบันการศึกษา เพื่อขอโควตา ประเภท ก เพิ่ม และดำเนินการคัดเลือกตามระเบียบ
หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่ สพฐ. กำหนด |
||
|
3. โรงเรียนประสานกับสถาบันการศึกษา เพื่อขอโควตาประเภท
ก เพิ่ม และดำเนินการคัดเลือกตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่
สพฐ. กำหนด |
||
|
4. สพท. แจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง พร้อมทั้งแจ้งผู้ได้รับ การคัดเลือกไปดำเนินการตามขั้นตอนของสถาบัน การศึกษา และรายงานสพฐ.
ทราบ |
||
|
5. ขั้นตอนการดำเนินการลาศึกษาของข้าราชการ 5.1 ข้าราชการขออนุญาตลาศึกษาต่อผู้มีอำนาจอนุญาต 5.2 จัดทำสัญญา และสัญญาค้ำประกันตามแบบ ที่กำหนด |
||
|
6. ขั้นตอนการดำเนินการของผู้มีอำนาจอนุญาต (ผู้บริหารสถานศึกษา/สพท./สพฐ.) 6.1
จัดทำคำสั่งให้ไปศึกษาต่อ 6.2
จัดทำหนังสือส่งตัวข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาศึกษา ไปยังสถาบันการศึกษา |
|
ผู้มีอำนาจอนุญาตลงนาม ในคำสั่งตามแบบที่กำหนด
|
|
7. การรายงานจำนวนข้าราชการที่ได้รับอนุญาต
การรายงานจำนวนข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ ลาศึกษา/ขยายเวลา/กลับเข้าปฏิบัติราชการเมื่อ เสร็จสิ้นการลาศึกษาต่อ
โดยรายงานให้สพฐ. ทราบทุกภาคการศึกษา |
- คำสั่งฯ
/แบบที่ 1 และ 2/แบบที่ 11/แบบที่ 12/ หนังสือตอบรับ หรือหนังสือให้ขยายเวลา
หรือหนังสือ ส่งตัวโดยระบุวันที่กลับเข้าปฏิบัติราชการจากสถาบันการศึกษา แล้วแต่กรณี |
สถานศึกษา และสพท. รายงานจำนวน พร้อมแนบเอกสารตามที่กำหนด แล้วแต่กรณีให้สพฐ.
ทราบ ทุกภาคการศึกษา
|
การดำเนินการศึกษาต่อภายในประเทศ ภาคปกติ ประเภท ข
|
ขั้นตอนการดำเนินการ
|
เอกสารประกอบ
|
ผู้มีอำนาจ อนุญาต/ดำเนินการ |
|
1. วิธีดำเนินการลาศึกษาต่อ
ภาคปกติ ประเภท ข ข้าราชการขออนุญาตไปสมัครสอบคัดเลือกเพื่อศึกษาต่อภายในประเทศ
ภาคปกติ ประเภท ข
|
ยื่นแบบขออนุญาตไป สมัครสอบคัดเลือกตาม(แบบที่
1) |
1)
ผู้บริหารสถานศึกษามีอำนาจอนุญาต - ข้าราชการในสถานศึกษา 2) ผอ.สพท. มีอำนาจอนุญาต -
ผู้บริหารสถานศึกษา - ข้าราชการที่ปฏิบัติงาน
ในสำนักงานของสพท. 3) สพฐ. มีอำนาจอนุญาต - ผอ.สพท. - ข้าราชการที่ปฏิบัติงาน
ในสำนักงานของสพฐ
|
|
2. การลาศึกษาต่อ
2.1
ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท กำหนด 2 ปี
2.2
ระดับปริญญาเอก กำหนด 4 ปี 2.3 คุณวุฒิและสาขาวิชา/วิชาเอกที่
สำนักงาน ก.พ. และ ก.ค. หรือ
ก.ค.ศ. กำหนด/และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ กรณีนอกเหนือจากที่ประกาศสพฐ.
กำหนด ให้เสนอสพฐ. พิจารณา เป็นรายๆ ไป |
- ยื่นแบบขออนุญาตให้ ข้าราชการไปศึกษาต่อ ภายในประเทศ ภาคปกติ ประเภท ข (แบบที่ 2) - แนบผลการสอบคัดเลือกจากสถาบันการศึกษา - สำเนา
ก.พ. 7 |
|
|
3. จัดทำสัญญาลาศึกษาต่อ
และสัญญาค้ำประกัน ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาต่อ จะต้องจัดทำสัญญาลาศึกษาต่อ
และสัญญาค้ำประกัน ตามแบบที่กำหนด
|
หลักฐานการทำสัญญาฯ
และสัญญาค้ำประกัน
รายละเอียดตามที่ระบุ ในขั้นตอนการทำสัญญา
และสัญญาค้ำประกัน
|
ผู้มีอำนาจอนุญาตเป็นผู้ลงนาม รับสัญญา |
|
4. การดำเนินการของผู้มีอำนาจอนุญาต (สถานศึกษา/สพท./สพฐ.) มีดังนี้ 4.1 จัดทำคำสั่งให้ลาศึกษาต่อ 4.2 จัดทำหนังสือส่งตัวข้าราชการที่ลาศึกษา
ไปยังสถาบันการศึกษา
4.3 รายงานจำนวนข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้
ลาศึกษาต่อ ให้สพฐ. ทราบ
|
- คำสั่งฯ/แบบที่1
และ 2 /หนังสือตอบรับจากสถาบันการศึกษา/แบบที่
11 หรือ แบบที่ 12
|
- ผู้มีอำนาจอนุญาตเป็น ผู้ลงนาม
ในคำสั่งให้ลาศึกษาต่อ ตามแบบที่กำหนด
- สถานศึกษา และสพท. รายงานจำนวน พร้อมแนบเอกสาร
ตามที่กำหนดแล้ว แต่กรณีให้สพฐ.
ทราบ
ทุกภาคการศึกษา
|
|
ขั้นตอนการดำเนินการ
|
เอกสารประกอบ
|
ผู้มีอำนาจ อนุญาต/ดำเนินการ |
|
5 การรายงานผลการศึกษา ผู้ลาศึกษาต่อรายงานผลการศึกษาภาคปกติ
ประเภท ก และประเภท ข ทุกภาคการศึกษา
ต่อผู้มีอำนาจอนุญาตให้ลาศึกษา (ภายใน
30 วันนับจากวันเปิดภาคการศึกษา)
|
แบบรายงานผลการศึกษาฯ (แบบที่
3) |
เสนอผู้มีอำนาจอนุญาตทราบ |
|
6 การขยายเวลาศึกษาต่อ 6.1 เสนอหลักฐานการขยายระยะเวลาศึกษาต่อ ก่อนสิ้นสุดสัญญา ไม่น้อยกว่า 15 วัน |