กฎกระทรวงว่าด้วยระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
|
กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษาเป็นหน่วยงานปฏิบัติการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน
จะต้องมีกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและถือว่าการประเมินคุณภาพตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษา
ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้สังคมมั่นใจว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้มาตรฐาน ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้
ความสามารถ และคุณลักษณะต่าง ๆ ตามที่หลักสูตรกำหนด และสังคมต้องการ
แนวดำเนินการสำคัญมีดังนี้
1. การควบคุมคุณภาพการศึกษา เป็นการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพ ประกอบด้วย
1.1 การกำหนดมาตรฐานการศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการ
กำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ ต้นสังกัดและ/หรือเขตพื้นที่การศึกษา
และสถานศึกษา กำหนดมาตรฐานการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาชาติ
และจัดทำข้อมูลพื้นฐานการศึกษาไว้เพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพต่อไป
1.2 การพัฒนาเข้าสู่มาตรฐาน โดยกระทรวงศึกษาธิการ
เขตพื้นที่การศึกษาและ/หรือต้นสังกัด และ
สถานศึกษาจัดทำแผน
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพเข้าสู่มาตรฐานที่กำหนดไว้
โดยการจัดทำ ธรรมนูญสถานศึกษา มีแผนปฏิบัติงานประจำปี มีระบบสารสนเทศ ข้อมูลคุณภาพ
มีการบริหารคุณภาพด้านการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ การพัฒนาครู
และบุคลากรการแนะแนว การจัดการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล และด้านทรัพยากร
ทั้งนี้เน้นระบบและกลไกการปฏิบัติงานตามแผน ติดตาม กำกับการดำเนินงานอย่างจริงจัง
และต่อเนื่อง
2. การตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
เป็นการดำเนินงาน
เพื่อยืนยัน ช่วยเหลือ สนับสนุน เฝ้าระวัง ปรับปรุง และพัฒนาการจัดการศึกษา
ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดมุ่งไปสู่มาตรฐานที่ต้องการ ดังนี้
2.1 การตรวจสอบ และทบทวนการดำเนินงานทั้งระบบด้วยตนเองของสถานศึกษาเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุง
และพัฒนาการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และจัดทำรายงานต่อผู้ปกครอง ชุมชน
สังคม และผู้รับผิดชอบ การจัดการศึกษาทุกปีการศึกษา
2.2 การตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาโดยเขตพื้นที่การศึกษาและ/หรือกรมต้นสังกัด เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และ/หรือใช้มาตรการในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐาน
การศึกษาที่กำหนดให้
2.3 การตรวจสอบ ติดตาม
และการประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาพรวมของประเทศ
โดยกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และ/หรือใช้มาตรการในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการศึกษา
การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 หมวด 6
มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ให้มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา
เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา และมาตรฐานการศึกษาโดยหน่วยงานต้นสังกัดและ
สถานศึกษาจัดให้มีการ
ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
ที่มีฐานะเป็นองค์การมหาชน ทำการประเมินคุณภาพของสถานศึกษาทุกแห่งจากองค์กรภายนอก
อย่างน้อยหนึ่งครั้ง 5 ปี นับแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
การประเมินคุณภาพภายนอกเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องและสัมพันธ์กับการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
ซึ่งจะประเมินในองค์ประกอบ
และมารตรฐานการศึกษาสอดคล้องกับการประเมินตนเองของสถานศึกษาโดยหน่วยงาน
จัดการศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดส่งข้อมูลการจัดการศึกษาและคุณภาพการศึกษาเพื่อการประเมินจากภายนอก
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จัดระบบ โครงสร้างของกระบวนการจัดการศึกษาโดยหลักมีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ จะมีการกำหนด มาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาไว้ เพื่อให้สถานศึกษาสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ว่าผู้เรียนทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามมาตรฐาน การศึกษาที่กำหนดในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ให้ถือว่าระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษาของสถานศึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการโดย ยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาจึงไม่ใช่ภาระงานใหม่ของสถานศึกษา เพียงแต่นำภาระงานการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาโดยรวมที่สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการอยู่แล้ว และมุ่งเน้นไปที่คุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรอันเป็นการสอดคล้องกับ หลักการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่ระบุในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งสามารถจัดลำดับภาระงานได้ ดังนี้
1.จัดระบบสารสนเทศของสถานศึกษา สถานศึกษาทุกแห่งมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา ครู
นักเรียน และชุมชนอยู่แล้ว ควรได้ นำมาวิเคราะห์ และแปลผลให้มีความหมายโดยอาจ
เปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ต้นสังกัดกำหนดก็ได้ เพื่อนำมาใช้ตัดสินใจกำหนดวิสัยทัศน์
ภารกิจ และ เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
ใช้รูปแบบที่อ่านเข้าใจง่ายและรวดเร็วในการจัดระบบข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่
ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพทุกด้านของสถานศึกษาที่เป็นปัจจุบัน ได้แก่
ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ เช่น เวลามาเรียนของนักเรียน
คุณภาพและปริมาณของครู สื่อ การเรียนการสอน อาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก
เทคโนโลยีต่าง ๆ ประสิทธิภาพของ หลักสูตร โครงการและบริการที่จัดให้ผู้เรียน
การมีส่วนร่วมของบิดา มารดา ผู้ปกครอง และชุมชน และที่สำคัญคือ
ผลสัมฤทธิ์และความประพฤติ ของนักเรียน
2.กำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับสถานศึกษา โดยใช้ข้อมูลจากสารสนเทศของสถานศึกษาเอง
วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของสถานศึกษา วิเคราะห์หลักสูตร
และร่วมมือกับทุกคนรวมทั้งชุมชนกำหนดเป็นมาตรฐานการศึกษาระดับสถานศึกษา
เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เทียบเคียงในการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ
3.จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
โดยปกติทุกสถานศึกษามีแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติงานประจำปีอยู่แล้ว
ควรได้ร่วมมือกับทุกฝ่าย วิเคราะห์ ข้อมูลจากสารสนเทศของสถานศึกษา และศักยภาพของสถานศึกษาในทุก
ๆ ด้าน ใช้บทเรียนจาก จุดเด่น และจุดด้อยที่ผ่านมากำหนด วิสัยทัศน์ ภารกิจ
และเป้าหมาย การจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้
ชัดเจนโดยพยายามใช้ศักยภาพของสถานศึกษาอย่างคุ้มค่า ประหยัด
และมีประสิทธิภาพแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษานี้เป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
และนำไปสู่การประกันคุณภาพภายใน และรองรับการประกันคุณภาพภายนอก
ต้องเริ่มประเมินจากแผนว่าเป็นแผนที่ดีใช้ข้อมูลศักยภาพสถานศึกษาอย่างเต็มที่แล้ว
และประเมิน ผลสำเร็จของงาน ตามแผน
แผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาจึงต้องเป็นแผนที่ทุกฝ่ายทุกคนควรมีส่วนร่วม ต้องทำความ
เข้าใจร่วมกันให้ ชัดเจน จัดทำไว้ให้ทุกคนเปิดอ่านได้บ่อย ๆ และทุกฝ่าย
ทุกหมวดวิชา หรือ ทุกหน่วยงานตาม โครงสร้างบริหารจัดการ สามารถนำไปจัดทำ
เป็นแผนปฏิบัติงานประจำปี ของแต่ละหน่วยต่อไปได้อย่างสอดคล้องกันแผนปฏิบัติการประจำปี
เป็นการแสวงหาวิธีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพที่จะบรรลุผลตามเป้าหมายนั้น ๆ
กำหนดเป็นรายละเอียด ให้ชัดเจนว่า ใครรับผิดชอบทำอะไร เมื่อใด ใช้งบประมาณเท่าใด
แผนนี้จะชี้ชัดว่าสถานศึกษาจะเดินไปในทิศทางใด ด้วยวิธีการใด
ฉะนั้นเป้าหมายการพัฒนาต้องเขียนชัดและลึก เน้นผลการปฏิบัติถึงผู้เรียน ไม่กำกวม
และวัดได้ วิธีการที่ใช้ให้บรรลุเป้าหมาย ก็เช่นกันต้อง มาจากการระดมสมอง
ตัดสินเลือกวิธีที่มีข้อมูลวิจัยสนับสนุนว่าได้ผลจะดีที่สุด
วิธีการต้องให้ครอบคลุมทุกมิ ิของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร การเรียนการสอน
การพัฒนาครู โครงสร้างองค์กร การใช้ทรัพยากร และการมีส่วนร่วมของบิดา มารดา
ผู้ปกครอง และชุมชน เป็นต้น แผนนี้จึงเป็นหัวใจของการสร้างคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ในสถานศึกษา แผนที่ดีมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นผลจากกระบวนการ
วางแผนที่เป็นระบบจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานและ ผลงานจะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างได้คุณภาพ
และเป็นการลดโอกาสที่ความผิดพลาดจะเกิดขึ้น
ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับหลักการบริหารคุณภาพในภาพรวมที่ว่าคุณภาพเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นออกแบบ
ฉะนั้นครูและบุคลากรทุกคน / ฝ่าย / หมวด / กลุ่ม
จึงจำเป็นต้องมีแผนปฏิบัติงานของตนเองเพื่อการประเมินและปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
อย่างต่อเนื่อง
4.ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา
เพื่อให้สามารถดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาได้อย่างเข้าใจตรงกัน
ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน มีการเชื่อมโยงประสานสัมพันธ์ในทุกขั้นตอนของกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
และมีประสิทธิภาพ ควรได้พิจารณาทบทวนโครงสร้างการบริหาร
จัดการภายในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและให้ทุกคนมีส่วนร่วม มีการกำหนดบทบาท
หน้าที่รับผิดชอบ และภาระงาน อย่างชัดเจน และควรมีคณะทำงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
จากทุกหน่วยของระบบ
บริหารจัดการเพื่อร่วมกันรับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ควรจัดทำเป็นเอกสารให้ทุกคนได้รับทราบ และใช้เป็นแนวทางในการ ปฏิบัติงาน
5.ตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา เป็นกระบวนการประเมินภายในของสถานศึกษา
เพื่อการปรับปรุงแก้ไข ให้เกิดคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
การประเมินภายในนี้ต้องเริ่มต้นจากครูและบุคลากรทุกคนของสถานศึกษา
ต้องประเมินตนเอง ตามแผนปฏิบัติงาน ของตนเอง โดยการบันทึกภาพความสำเร็จของงาน
ปัญหาและการแก้ไขไว้เป็นระยะ ๆ แต่ละหมวดวิชาหรือกลุ่ม ฝ่าย เป็นระยะ ๆ
เช่นเดียวกัน โดยกำหนดภาพความสำเร็จที่ต้องการไว้ให้ชัดเจน
ประเมินจากผลการประเมินของทุกคน
บันทึกไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อนำไปสู่การประเมินคุณภาพ โดยรวมของสถานศึกษาได้
และคณะทำงานด้านการประกันคุณภาพ ควรได้ประเมินภาพความสำเร็จของการจัดการศึกษาทั้งระบบของสถานศึกษา
เป็นระยะ ๆ เช่นกัน โดยใช้ผลการประเมินจากหมวด /
กลุ่ม / ฝ่าย
และการสัมภาษณ์พิจารณาผลงานที่มีหลักฐานร่องรอย ปรากฏจากการ ปฏิบัติงานของทุกคน
ทุกหมวด / กลุ่ม / ฝ่าย
สรุปเป็นภาพรวมของคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งควรทำเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1
ครั้ง นำไปสู่การตรวจสอบ ทบทวนจากหน่วยงานต้นสังกัดและเขตพื้นที่ การศึกษาและเพื่อรองรับการประเมินจากภายนอกต่อไปการประเมินภายในคือเป็นการประเมินเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกคนต้องยอมรับผลการประเมินเพื่อปรับปรุงพัฒนางานให้มีคุณภาพการ
ประเมินต้องครอบคลุม วิสัยทัศน์ ภารกิจ แผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
กระบวนการบริหารจัดการ กระบวนการเรียนการสอน ผลการเรียนรู้และคุณสมบัติต่าง ๆ
ของผู้เรียนตามมาตรฐานหลักสูตร ตลอดจนความร่วมมือ สนับสนุน ส่งเสริม จากชุมชน
6.ประเมินมาตรฐานการศึกษา
เป็นการที่สถานศึกษาร่วมมือกับเขตพื้นที่หรือต้นสังกัดจัดให้นักเรียนทุกคนในระดับชั้น
ป.6 ม.3 และ ม.6
ได้รับการประเมินด้วยเครื่องมือมาตรฐานเพื่อสร้างความเชื่อถือในการพัฒนาคุณภาพและเป็นเกณฑ์เทียบเคียงกับมาตรฐานการศึกษาที่สถานศึกษา
กำหนด
7.การรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี เป็นผลจากการประเมินภายในของสถานศึกษา
ที่ได้พัฒนางานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่ทุกคนมีส่วนร่วมและดำเนินงานมาตลอด
ปีการศึกษา
จัดทำเป็นรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อให้ทราบผล
การดำเนินงานการจัดการศึกษา ทั้งในด้านความสำเร็จ
และปัญหาอุปสรรคที่ต้องการความร่วมมือในการแก้ไข หรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
8.การผดุงระบบประกันคุณภาพการศึกษา งานพัฒนาคุณภาพเป็นกระบวนการต่อเนื่อง
สถานศึกษาควรได้มีการศึกษาค้นคว้าเทคนิควิธีที่จะสนับสนุนให้ระบบการประกันคุณภาพมี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
และสร้างความรู้สึกของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้มุ่งมั่นพัฒนาสู่คุณภาพที่
สูงขึ้น
การประเมินภายนอก พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้มีสำนักงานรับรอง
มาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษาจัดตั้ง เป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพ
การศึกษา โดยคำนึงถึงความมุ่งหมาย หลักการ และแนวการจัดการศึกษาแต่ละระดับและ
สอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด
และได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐาน
เพื่อการประเมินภายนอกไว้เป็นเกณฑ์ในการ เทียบเคียงคุณภาพการศึกษา
ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการได้วิเคราะห์มาตรฐานการศึกษาเพื่อการ
ประเมินภายนอกดังกล่าวแล้ว สาระสำคัญสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานการประเมินภายนอกจึงต้องประเมินตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
แต่ละแห่ง โดยเริ่มต้นประเมินว่ามีการวางแผน
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาโดยใช้ทรัพยากร จุดเด่น จุดด้อย
ของสถานศึกษาอย่างคุ้มค่า ประหยัด และได้คุณภาพ แล้วประเมินการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ได้กำหนดเป็นแผนปฏิบัติงานของสถานศึกษา
/ หมวด / กลุ่ม /
ฝ่าย และบุคคล ว่ามีความสำเร็จตามที่วางแผนไว้
และได้คุณภาพตามมาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด โดยประเมินจากร่องรอยหลักฐาน
ทั้งจากรายงาน การประเมินภายในเป็นรายบุคคล / หมวด / กลุ่ม / ฝ่าย และภาพรวมของสถานศึกษา
และจากผลงานทั้งของนักเรียน และครูที่ปรากฏ
ตลอดจนผลงานประเมินผลการเรียนทั้งด้านความรู้ กระบวนการ และเจตคติ
และสรุปผลการประเมินเป็นรายงานเชิงวินิจฉัย ผลสำเร็จและ ปัญหาอุปสรรค
เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่องต่อไป พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้ประเมินในรอบแรกภายใน
6 ปี นับแต่พระราชบัญญัติประกาศใช้ และต่อไป ทุก ๆ 5 ปีการประกันคุณภาพการศึกษา
จึงเป็นกระบวนการบริหารจัดการการศึกษาทุกด้านของสถานศึกษา
เป็นภาระงานปกติของสถานศึกษาที่ได้ ้รับการดูแลเอาใจใส่จัดระบบให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ วางแผน จนถึงประเมินตนเอง ปรับปรุงพัฒนางานของตน ตามทิศทางเดียวกัน
เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ สอดคล้องกับ หลักสูตร
เป็นที่ยอมรับของนักเรียน ครู บุคลากรของสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม
กฎกระทรวง
ออกตามความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
|
อาศัยอำนาจตามความมาตรา 47 และมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
2542 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ดังนี้ ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับกับสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา
18(2) แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด1 ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ข้อ 2 ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบประกันคุณภาพ
การศึกษาภายในสถานศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องว่า ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพจากสถานศึกษา
เพื่อการพัฒนาความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการ ศึกษา
ที่กำหนดในหลักสูตรการศึกษา
ขั้นพื้นฐานอย่างเต็มศักยภาพระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษาซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาอย่างต่อ เนื่อง สถานศึกษา
ดำเนินการโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในการส่งเสริม สนับสนุนและกำกับดูแลของหน่วยงาน ต้นสังกัด ในเรื่องต่อไปนี้ (1) การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ
(2) การพัฒนามาตรฐานการศึกษา (3) การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (4) การดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (5) การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
(6) การประเมินมาตรฐานการศึกษา (7) การรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี (8) การผดุงระบบประกันคุณภาพการศึกษา หมวด
2 หลักเกณฑ์
และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ข้อ 3 ให้สถานศึกษาจัดโครงสร้างการบริหารจัดการที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ข้อ 4 ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
สถานศึกษาให้มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้ 1. กำหนดแนวทางและวิธีดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา 2. ให้ความเห็น
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 3. แต่งตั้งคณะบุคคลทำหน้าที่ตรวจสอบ
ทบทวนและรายงานคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ข้อ 5 ให้สถานศึกษาจัดระบบสารสนเทศที่มีข้อมูลอย่างเพียงพอต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ข้อ 6
ให้สถานศึกษากำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับสถานศึกษาที่ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้
และผลการเรียนรู้ ให้เหมาะสมกับสภาพผู้เรียนสถานศึกษา ท้องถิ่น
และสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อ 7 ให้สถานศึกษาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
โดยคำนึงถึงหลักและครอบคลุมในเรื่องต่อไปนี้
(1)เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ใช้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ปัญหา
สภาพความจำเป็นอย่างเป็นระบบ และมีแผนปฏิบัติการประจำปีรองรับ
(2) กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ
เป้าหมายและสภาพความสำเร็จของการพัฒนาไว้อย่างต่อเนื่องชัดเจน และเป็นรูปธรรม
(3) กำหนดวิธีดำเนินงาน ที่มีหลักฐานทางทฤษฎีหรือผลการวิจัยหรือข้อมูลเชิงประจักษ์ที่อ้างอิงได้ให้ครอบคลุมการพัฒนาด้านการจัดประสบการณ
์เรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการพัฒนาบุคลากร และ การบริหารจัดการ
เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้
(4) กำหนดแหล่งวิทยาการภายนอกที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการ
(5) กำหนดบทบาทหน้าที่ให้บุคลากรของสถานศึกษาทุกคนรวมทั้งผู้เรียน (6) กำหนดบทบาทหน้าที่และแนวทางให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง และบุคลากร
ในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (7) กำหนดการจัดงบประมาณ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อ 8 ให้สถานศึกษาดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
รวมทั้งมีการกำกับ ติดตาม การดำเนินงานให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
และบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ข้อ 9
ให้คณะบุคคลที่ได้แต่งตั้ง ตามข้อ 4(3) ดำเนินการตรวจสอบทบทวนและรายงานคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของสถานศึกษาสำหรับการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา ภายในสถานศึกษา
ให้ใช้วิธีการที่หลากหลายและเหมาะสม อาทิเช่น การสังเกตพฤติกรรมและกระบวนการทำงานกระบวน
การจัดการเรียนการสอน การสอบถาม การสัมภาษณ์ การพิจารณาหลักฐาน
ร่องรอยการปฏิบัติงาน ตัวอย่างผลงาน และแฟ้มสะสมงาน ตลอดจนการใช้แบบสำรวจ
แบบสอบถาม แบบทดสอบ และแบบวัดมาตรฐาน เป็นต้นการตรวจสอบและท
บทวนคุณภาพภายในให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อนำผลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ข้อ 10 ให้สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียนทุกคนในทุกระดับช่วงชั้นที่หลักสูตรการศึกษา
ขั้นพื้นฐานกำหนด (ป.3 ป. 6 ม.3 และ ม.6) ได้รับการประเมินผลสัมฤทธิ์ในวิชาแกนหลักและคุณลักษณะที่สำคัญด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ข้อ 11
ให้สถานศึกษาจัดทำรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี
โดยระบุความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดในแผนพัฒนา คุณภาพ
การศึกษาของสถานศึกษาพร้อมหลักฐา ข้อมูลและผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามข้อ 10 เสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชน ข้อ 12 หน่วยงานต้นสังกัดและสำนักงานการศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษาส่งเสริมสนับสนุนและร่วม
ดำเนินงานตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ดังนี้ (1) จัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ (2)จัดให้มีการกำหนดสาระการเรียนรู้
กระบวนการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ในวิชาแกนหลักร่วมกันของสถานศึกษาเป็นรายปี/รายภาค (3) จัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ในวิชาแกนหลักและคุณลักษณะที่สำคัญด้วย (4) จัดให้มีการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพสถานศึกษาอย่างน้อยหนึ่งครั้งใน
ทุกสามปี และรายงานผลให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ ทั้งนี้หลักเกณฑ์วิธี ข้อ 13 ให้หน่วยงานต้นสังกัดศึกษา
วิเคราะห์ วิจัย และเผยแพร่นวัตกรรมเกี่ยวกับ
รูปแบบและเทคนิควิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งกำกับ สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามประเมินผล
และผดุงประสิทธิภาพของระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาด้วย ข้อ 14 ในระยะเริ่มแรก
ยังไม่ได้มีการจัดตั้งสำนักงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา
บรรดาอำนาจของสำนักงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา
ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมจังหวัด ประกาศ ณ
วันที่
เดือน
พ.ศ........ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ |
|
|