![]() |
||
|
ข้อสอบครูดอทคอม
ชุดที่ 24
|
||
| 1.ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ดี
(C.S.F) ก.ไม่จำเป็นต้องสามารถวัดได้แต่เป็นสิ่งที่ให้แนวทางได้ ข.ได้รับการยอมรับจากผู้บริหารขององค์กร ค. มีความจำเพาะเจาะจงและเข้าใจง่าย ง. ไม่จำเป็นจะเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ขององค์กรหรือพันธกิจ 2. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน ก. สามารถวัดและตรวจสอบได้ ข. มีองค์ประกอบด้านเงิน ผู้รับบริการ องค์กร นวตกรรม ค. มีความเที่ยงตรงตลอดเวลา อธิบายผลได้ อย่างชัดเจน ง. สามารถแสดงแนวโน้มของข้อมูลสำหรับการ พัฒนาปรับปรุงงน 3. ข้อใดไม่สัมพันธ์กัน ก. วิสัยทัศน์เป็นตัวกำหนดทิศทางให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย ข. CSF หรือปัจจัยแหล่งแห่งความสำเร็จคือวิธีการที่องค์กรจะสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ ค. KPI หรือตัวชี้วัดเป็นภารกิจที่องค์กรจะต้องปฏิบัติพื้นฐานของเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ง. Peproting หรือการรายงานผลคือการจัดระบบและการนำข้อมูลไปใช้ในองค์กร 4. "หากพ้นกำหนดดังกล่าว คปร.จะไม่รับพิจารณาการขอคืนตำแหน่งเกษียณของข้าราชการ ที่ได้รับอนุมัติให้ออกตามโครงการเกษียณก่อนกำหนด" หน่วยงานดังกล่าวคือ ก.คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและกำลังคนภาครัฐ ข.คณะกรรมการวางเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ค.คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ง.คณะกรรมการกลางกำหนดเป้าหมายและนโยบายสังคมภาครัฐ 5. การบริหารและจัดการศึกษาของชาติตามแนวทางปฏิรูปแบ่งออกเป็นระดับใดบ้าง ก.ระดับราชการ ส่วนกลาง และระดับท้องถิ่น ข.ระดับราชการส่วนกลาง ระดับเขต ระดับโรงเรียน ค.ระดับส่วนกลาง เขตการศึกษา สถานศึกษาและ อบต. ง.ระดับเขตการศึกษา อบต. และสถานศึกษา 6. มีหน้าที่พิจารณาแผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือข้อใด ก.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค.คณะกรรมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมพื้นที่การศึกษา ง.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา 7. ข้อใดไม่ใช่หลักการในการจัดโครงสร้าง องค์กรตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา ก.เอกภาคด้านนโยบาย หลากหลายในการปฏิบัติ ข.การกระจายอำนาจสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา ค.การมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการศึกษาทุกฝ่าย ง.คำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่าเกินประหยัด สูงสุด 8. ข้อใดคือแนวทางการจัดระเบียบราชการและการวางมาตรการแก้ปัญหาเพื่อให้การบริหาร บ้านเมืองและสังคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก.สร้างกฎเกณฑ์และกลไกที่ดีในการบริหารกิจการบ้านเมือง ข.ปรับปรุงระบบการตัดสินใจและการบริหารจัดการ ค.ขจัดการทุจริตและประพฤติขอบในวงราชการ ง.ถูกทุกข้อ 9.หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีมีกี่ข้อ ก. 4 ข้อ ข. 5 ข้อ ค. 6 ข้อ ง. 7 ข้อ 10.การตระหนักในสิทธิและหน้าที่เอาใจใส่ปัญหาสาธารณของบ้านเมืองและกระตือรือร้น เป็นหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีตามข้อใด ก.หลักนิติธรรม ข.หลักคุณธรรม ค.หลักการมีส่วนร่วม ง.หลักความรับผิดชอบ 11.ข้อใดไม่ใช่หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ก.หลักความโปร่งใส ข.หลักการกระจายอำนาจ ค.หลักความรับผิดชอบ ง.หลักการมีส่วนร่วม 12. ข้อใดคือองค์ประกอบ 3 ส่วนที่ต้องร่วมกันสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดีให้เกิดขึ้น ก. รัฐ - เอกชน - ชุมชน ข. เอกชน - สังคม - ท้องถิ่น ค.รัฐ - สังคม - ประชาชน ง.รัฐ - เอกชน - ประชาชน 13. หน่วยงานหลักในการสร้างความเข้าใจรณรงให้ประชาชนร่วมสนับสนุนเข้าใจระบบบริหาร กิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ก.สำนักนายกรัฐมนตรี ข.สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ค.กรมประชาสัมพันธ์ ง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 14. หากเจ้าหน้าที่ของรัฐใดปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ราชการแล้วส่งผลให้เกิดความเสีย หายต่อเอกชนผู้เสียหายจะต้องฟ้องร้องบุคคลใด ก.หน่วยงานของรัฐ ข.กระทรวงการคลัง ค.ตัวข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ ง.ข้อใดขอหนึ่ง 15. กรณีหน่วยงานรัฐมีสิทธิเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ทำการละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีที่รัฐต้อง รับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย ก.กรณีไม่ใช่การปฏิบัติงานในหน้าที่ ข.กรณีที่ปฏิบิติหน้าที่ร่วมกันหลายคน ค.กรณีที่หน่วยงานรัฐเห็นสมควรให้ช่วยเหลือ ง.กรณีที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง 16. ข้อใดไม่ใช่คำสั่งทางการปกครอง ก.การสั่งการ ข.การอนุญาต ค.การอนุมัติ ง.การออกกฎ 17. คำสั่งทางการปกครองมีผลบังคับใช้ยันต่อบุคคลเมื่อใด ก.วันที่ออกคำสั่ง ข.วันที่แจ้งคำสั่ง ค.วันที่รับทราบคำสั่ง ง.วันที่ระบุในคำสั่ง 18. การอุทธรณ์คำสั่งทางการปกครองกรณีที่กฎหมาย ไม่ระบุกระบวนการขั้นตอนไว้เป็น การเฉพาะให้อุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายในกี่วันนับแต่รับทราบคำสั่ง ก.30 วัน ข.50 วัน ค.120 วัน ง.180 วัน 19. การจัดตั้งองค์กรมหาชนต้องตราเป็นกฎหมายใด ก.พระราชบัญญัติ ข.พระราชกฤษฎีกา ค.พระราชกำหนด ง.ประกาศ 20. กิจการอันเป็นบริการสาธารณะที่จะจัดตั้งองค์กรมหาชนได้คือ ก.การรับรองมาตรฐานและการประกันคุณภาพ ข.การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ค.การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ง.การเกษตรและพัฒนา 21. คณะกรรมการของแต่ละองค์กรมหาชนต้องมีไม่เกินกี่คน ก.7 คน ข.9 คน ค.10 คน ง.11 คน 22. สัญญาประชาคมหรือข้อตกลงร่วมกันระหว่างโรงเรียนกันผู้ปกครองกรรมการสถานศึกษา และ ใช้เป็นแผนแม่บทในการพัฒนาโรงเรียน หมายถึงข้อใด ก.แผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน ข.แผนการจัดการศึกษาของโรงเรียน ค.แผนปฏิบัติการประจำปีของโรงเรียน ง.ธรรมนูญโรงเรียน 23. เป็นสิ่งที่ต้องกระทำเพื่อให้เกิดผลต่อนักเรียนตามความคาดหวังที่ได้ร่วมกันตั้งไว้ ก.วิสัยทัศน์ ข.พันธกิจ ค.ยุทธศาสตร์ ง.เป้าหมาย 24. การลงนามเพื่อยืนยันคำมั่นสัญญาต่อกันว่าแต่ละฝ่ายจะดำเนินงานในหน้าที่ที่ระบุไว้ ในธรรมนูญโรงเรียนเรียกว่า ก. ปฏิญาณ ข. ปฏิญญา ค. สัญญา ง. สัตยาบัน 25. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง ก.การให้ท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจดำเนินการตัดสินใจโดยอิสระตามกฎหมายถือว่าเป็นการกระจายอำนาจ ข.การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นยุทธศาสตร์ของโรงเรียนเพื่อรองรับ การกระจายอำนาจ ค.โรงเรียนเป็นหน่วยงานสำคัญที่สุดในการเปลี่นแปลงและพัฒนาการศึกษาเด็ก ง.ถูกทุกข้อ 26. ข้อใดไม่ใช่หลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ก.การมีส่วนร่วมของประชาชน ข.การคืนอำนาจจัดการศึกษา ค.การบริหารโดยอิสระ ง.การตรวจสอบและถ่วงดุล 27. หากพิจารณาตามเกณฑ์เส้นความยากจนตามที่คณะกรรมการนโยบายด้านสังคมแห่งชาติ (กนส.) ปัจจุบันมีคนยากของไทยมีกี่คน ก. 6 ล้านคน ข.11ล้านคน ค.15 ล้านคน ง. 20 ล้านคน 28. ข้อใดคือปัจจัยที่มีผลต่อความยากจนในอนาคตของประเทศไทย ก.ระบบเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงสลับซับซ้อน ข.ปัญหาการว่างงานของคนในชาติ ค.ภาระหนี้ภาครัฐที่มีเพิ่มขึ้นและงบประมาณรายจ่ายมีจำกัด ง.ถูกทุกข้อ 29. ข้อใดคือปรัชญาแห่งการแก้ปัญหาความยากจนของคนในสังคม ก.ชุมชนเข้มแข็ง ข.เศรษฐกิจพอเพียง ค.อยู่ดีกินดี ง.อยู่ดีมีสุข 30. ข้อใดไม่ใช่ยุทธศาสตร์ระยะสั้นและระยะปานกลางในการแก้ปัญหารความยากจน ก.การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ข.การส่งเสริมด้านบริการพื้นฐานและสวัสดิการสำหรับคนยากจน ค.การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและประชาคม ง.การปฏิรูประบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ |
||