![]() |
||
|
ข้อสอบครูดอทคอม
ชุดที 56
|
||
| 1.
ส่วนราชการใดของกระทรวงศึกษาธิการมีภารกิจเกี่ยวกับราชการทางการเมืองเพื่อสนับสนุน ภารกิจของรัฐมนตรีและประสานนโยบายระหว่างกระทรวง ก. สำนักงานรัฐมนตรี ข. สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ค. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการในสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ก. งานบริหารทั่วไป ข. กลุ่มงานประสานการเมือง ค. กลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ ง. กลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ 3. ดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนหรือร้องขอความช่วยเหลือต่อรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ ของส่วนราชการใด ก. สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ข. สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ค. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. ส่วนราชการใดต่อไปนี้ ไม่สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก. สำนักอำนวยการ ข. สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา ค. สำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา ง. สำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล 5. กฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการนอกจากบัญญัติการแบ่งส่วนราชการไว้แล้วให้ระบุเรื่องใด ไว้ด้วย ก. ภารกิจ ข. อำนาจหน้าที่ ค. ตำแหน่ง กรอบ ง. ถูกทุกข้อ 6. จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและกีฬากับการศึกษา ทุกระดับรวามทั้งจัดทำข้อเสนอนโยบายและแผนการสนับสนุนทรัพยากรด้านการศึกษาของ ชาติเป็นบทบาทหน้าที่ของสำนักงานใด ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ง. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา 7. ข้อใดคือภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. จัดและส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. จัดทำข้อเสนอแผนมาตรฐานการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. กำหนดหลักเกณฑ์ แนวทางและดำเนินการสนับสนุนทรัพยากร การจัดตั้งจัดสรรงบประมาณ ง. ถูกทุกข้อ 8. ส่วนราชการในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีกี่หน่วยงาน ก. 6 หน่วยงาน ข. 7 หน่วยงาน ค. 9 หน่วยงาน ง. 10 หน่วยงาน 9. จัดทำและพัฒนาระบบข้อมูลและเครือข่ายสารสนเทศ รวมทั้งส่งเสริมการระดมทรัพยากร เพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ก. สำนักอำนวยการ ข. สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. สำนักงานทดสอบทางการศึกษา ง. สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10. ข้อใดไม่ใช่องค์กรเอกชน ก. องค์กรวิชาชีพ ข. สมาคม ค. มูลนิธิ ง. องค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล 11.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีจำนวนกี่คน ก. 26 คน ข. 27 คน ค. 16 คน ง. 15 คน 12. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีจำนวนกี่คน ก. 14 คน ข. 13 คน ค. 12 คน ง. 11 คน 13. ใครไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการ ก.พ.ร. ค. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ง. เลขาธิการคุรุสภา 14. คุณสมบัติของผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานกลุ่มใดที่มีคุณสมบัติต่างไปจากพวก ก. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ข. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านงบประมาณ การเงิน การคลัง ค. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ง. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพระภิกษุซึ่งมหาเถรสมาคมเสนอ 15. หลักเกณฑ์วิธีการสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการนอกจากที่กำหนดไว้ แล้วให้เป็นไปตามข้อใด ก. กฎกระทรวง ข. ประกาศกระทรวง ค. ระเบียบกระทรวง ง. ประกาศของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 16. คณะกรรมการสภาการศึกษามีจำนวนกี่คน ก. 35 คน ข. 48 คน ค. 59 คน ง. 63 คน 17. ใครเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. นายกรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับมอบหมาย ง. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการเลือก 18. การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้กำหนดตามแนวทางข้อใด ก. สอดคล้องกับภารกิจหลักและรองรับการกระจายอำนาจการบริหาร ข. ความมีเอกภาพในทางการบริหารจัดการ ยืดหยุ่นพร้อมต่อการปรับเปลี่ยน ค. มุ่งสัมฤทธิ์ผลตามภารกิจ ความคุ้มค่าลดขั้นตอนการบริหาร ง. ถูกทุกข้อ 19. การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่ฯให้กำหนดตามแนวทางใดและคำนึงถึงสิ่งใด ก. ระดับ ประเภทของสถานศึกษา ข. ปริมาณและคุณภาพของสถานศึกษา ค. ผู้รับบริการและความเหมาะสมอื่น ง. ถูกทุกข้อ 20. หน่วยงานใดในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่กำหนดให้ยุบเลิกภายใน 3 ปีนับตั้งแต่มีการ จัดตั้งส่วนราชการดังกล่าว ก. กลุ่มอำนวยการ ข. กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ค. กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ง. กลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 21. การแบ่งส่วนราชการในกลุ่มงานหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากลุ่มงาน ให้ทำตามข้อใด ก. กฏกระทรวง ข. ระเบียบ ค. ประกาศกระทรวง ง. ข้อตกลง 22. การระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการให้จัดทำตามข้อใด ก. ประกาศกระทรวง ข. กฎกระทรวง ค. ระเบียบ ง. ประกาศส่วนราชการ 23. ใครเป็นผู้มีอำนาจในการตีความและวินิจฉัยปัญหาอันเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546 ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. ก และหรือ ข 24. เป้าหมายสำคัญที่สุดของการบริหารราชการแผ่นดินคือข้อใด ก. เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ข. เพื่อความมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ค. เพื่อความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ ง. เพื่อลดภารกิจและเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น 25. การดำเนินการตามข้อใดให้ยึดหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ก. การจัดสรรงบประมาณ ข. การบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่ง ค. การปฏิบัติหน้าที่ราชการ ง. ถูกทุกข้อ 26. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของปลัดกระทรวงที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการบริหารราชการแผ่นดิน ก. เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวง ข. เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี ค. เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการใน สำนักงานปลัดกระทรวง ง. มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ 27. ใครมีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในต่างประเทศ ก. รองปลัดกระทรวง และรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมาย ข. คณะผู้แทน ค. หัวหน้าคณะผู้แทน ง. ถูกทุกข้อ 28. ใครเป็นรองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ " ก.พ.ร." ก. นายกรัฐมนตรี ข. รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ค. รัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ง. ข้อ ก หรือ ข 29. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการประกอบด้วยคณะกรรมการอย่างน้อย 14 คน และ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยกี่คนในจำนวน 10 คน ที่ต้องทำงานเต็มเวลา ก. 2 คน ข. 3 คน ค. 4 คน ง. 5 คน 30. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมีหน้าที่ตามข้อใด ก. เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการงานของรัฐ ข. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการตั้ง รวม โอน ยุบเลิก กำหนดชื่อ เปลี่ยนชื่อ กำหนดอำนาจของกระทรวง ทบวง กรม ค. ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ง. ถูกทุกข้อ |
||