![]() |
||
|
ข้อสอบครูดอทคอม
ชุดที่ 59
|
||
| 1.
การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ใช้เทคนิคในการบริหารแบบใดบ้าง ก. การวัดผลการปฏิบัติงาน (Performance Measurement) ข. การเทียบงาน (Benchmarking) ค. การวางแผนองค์การและแผนกลยุทธ์ (Corporate and Strategic Planning) ง. ถูกทุกข้อ 2. ข้อใดที่ไม่ใช่ลักษณะขององค์การที่บริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ ก. มีพันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การที่ชัดเจน และมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม ข. การตัดสินใจในการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงาน/โครงการต่างๆ พิจารณาจาก ผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลัก ค. การตัดสินใจ การบริหารเงิน บริหารคนขึ้นอยู่กับผู้บริหารระดับสูง ง. มีวัฒนธรรมและอุดมการณ์ร่วมกันในการทำงานที่สร้างสรรค์ 3. ความสำคัญของการวางแผนองค์การและการวางแผนกลยุทธ์ คือข้อใด ก. เป็นการกำหนดกรอบการทำงานที่กว้างไกลให้แก่การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ ข. ทำหน้าที่เป็นตัวประสานระหว่างวัตถุประสงค์ระดับสูงขององค์การกับเป้าหมายองค์การในระดับปฏิบัติ ค. ใช้ประสานแผนงานระดับกรม กระทรวงให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ง. ถูกทุกข้อ 4. เทคนิค " การวัดผลการปฏิบัติงาน (Performance Measurement)" ประกอบด้วย ก. การกำหนดเป้าหมายและการเทียบผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ข. ความประหยัด ความมีประสิทธิภาพและความมีประสิทธิผล ค. การปรับปรุงการปฏิบัติงานขององค์การ การจัดสรรงบประมาณและการให้แรงจูงใจแก่เจ้าหน้าที่ด้วย ง. การตัดสินใจที่ดีของผู้บริหารเพื่อให้การปฏิบัติงานโครงการบรรลุผลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สมตามความคาดหวังของประชาชน 5. เทคนิค " การเทียบงาน (Benchmarking)" หมายถึง ก. การหาองค์การที่ปฏิบัติงานที่ดีที่สุดในสาขาเดียวกับองค์การที่เราทำอยู่ ข. การเปรียบเทียบผลงานและกระบวนการทำงานกับวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด(Best Practice) ค. การหาทางปรับปรุงกระบวนงานให้ดีขึ้นและสามารถเทียบได้กับผลการปฏิบัติงานขององค์การที่เป็นตัวเทียบ ง. ถูกทุกข้อ 6. องค์ประกอบของคุณภาพการให้บริการ ได้แก่ ก. การเข้าถึง/สะดวกในการไปรับบริการ ข. ความไม่ยุ่งยาก /ง่ายต่อความเข้าใจ ค. การให้บริการอย่างถูกต้อง รวดเร็วและปลอดภัย ง. ถูกทุกข้อ 7. ข้อใด คือตัวอย่างการติดตามผลการปฏิบัติงาน (Performance Monitoring) ก. การสำรวจจำนวนผู้ใช้บริการ ข. การสังเกตผลการให้บริการ ค. การสังเกตความรู้สึกของผู้รับบริการ ง. ถูกทุกข้อ 8. ประโยชน์ของการติดตามผลการปฏิบัติงาน ก. ช่วยทำให้ผลผลิตที่ต้องการมีความชัดเจนขึ้น ข. ช่วยในการจัดทำและแสดงเหตุผลในการประเมินผล ค. ช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือขององค์การและทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ง. ช่วยในการปรับปรุงการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่โครงการและผู้บริหาร 9. ตัวชี้วัดปัจจัยนำเข้า (Input Indicators) ที่มักใช้ในระบบการวัดผลสัมฤทธิ์ ของโครงการภาครัฐ ได้แก่ ก. จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา ข. จำนวนแพทย์พยาบาลในโรงพยาบาล ค. ค่าใช้จ่ายต่อหัวของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา ง. เวลาเฉลี่ยในการให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วย 10. ตัวชี้วัดผลผลิต (Output Indicators) ได้แก่ ก. จำนวนครูผู้สอนระดับประถมศึกษาของโรงเรียน ข. ค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักเรียนประถมศึกษา ค. จำนวนนักเรียนประถมศึกษาที่สอบได้เลื่อนชั้น ง. เกรดเฉลี่ยของนักเรียนประถมทั้งหมด 11. ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcome Indicators) ได้แก่ ก. จำนวนเจ้าหน้าที่ให้บริการทำบัตรประชาชน ข. ค่าใช้จ่ายในการให้บริการทำบัตรประชาชน ค. จำนวนผู้มาใช้บริการทำบัตรประชาชน ง. เวลาเฉลี่ยในการให้บริการทำบัตรประชาชน 12. ตัวชี้วัดประสิทธิภาพและความคุ้มค่า (Efficiency and Cost-effectiveness Indicators) ได้แก่ ก. ค่าใช้จ่ายต่อหัวของเกษตรกรผู้เข้าอบรม ข. จำนวนเกษตรกรผู้เข้ารับการอบรม ค. จำนวนวิทยากรที่ให้ความรู้ในการฝึกอบรมเกษตรกร ง. ระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มผลผลิตของเกษตรกร 13. เงื่อนไขความสำเร็จของการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ขึ้นกับ ก. ผู้บริหารมีความรู้ในการวางแผนกลยุทธ์ และการวัดผลการปฏิบัติงาน ข. การจัดทำระบบข้อมูลผลการปฏิบัติงาน ค. ผู้บริหารระดับสูงมีความเข้าใจและสนับสนุน ง. ถูกทุกข้อ 14. การปรับเปลี่ยนสู่การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ของประเทศอังกฤษ ก. สร้างความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมจากหน่วยงานที่มุ่งควบคุมเป็นองค์กรที่มุ่งลูกค้าเพิ่มขึ้น (Customer - Oriented) ข. การประกาศสัญญาประชาคม (Citizen's Charter) ค. การปฏิรูปมาตรฐานการบริกการ (Service Standard Reforms) ง. ถูกทุกข้อ 15. วิธีการใดนำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ของประเทศอังกฤษ ก. การใช้แผนกลยุทธ์และแผนดำเนินการประสานคนและกิจกรรมให้มุ่งสู่เป้าหมาย ข. การใช้ผลสัมฤทธิ์ของงานเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน ค. การให้ความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากรและสิ่งจูงใจแก่ผู้บริหาร ง. ถูกทุกข้อ 16. ข้อใด คือเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดของการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ให้ความสนใจ การบริการประชาชนของรัฐมากขึ้น ก. เพราะประชาชนเป็นกลุ่มประชากรที่มากที่สุดของประเทศ ข. เพราะมีกฎหมายกำหนดให้ภาครัฐต้องบริการประชาชน ค. เพราะจุดประสงค์ของหน่วยงานภาครัฐคือความพึงพอใจของประชาชน ง. เพราะต้องการสร้างความมั่นคงแห่งรัฐความอยู่ดีกินดี ความเรียบร้อยของสังคม 17. ข้อใดข้อใดคือความคาดหวังของรัฐบาลที่มีต่อองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐ ก. ให้เป็นหน่วยงานที่มีคุณภาพและการให้บริการประชาชนสู่ความเป็นเลิศ ข. ให้เป็นหน่วยงานที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและสังคม ค. ให้เป็นหน่วยงานที่เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ง. ให้เป็นหน่วยงานที่เป็นกลไกหรือเครื่องมือสำคัญในการบริหารภาครัฐ 18. หากหน่วยงานรัฐต้องปรับปรุงการเสริมสร้างคุณภาพการให้บริการประชาชนจะต้อง ดำเนินการในเรื่องใด ก. การปรับปรุงวิธีการทำงาน ข. การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน ค. การปรับปรุงตัวเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ง. ถูกทุกข้อ 19. มิติสำคัญที่ประชาชนคาดหวังจะได้รับจากบริการของรัฐ ก. ความรวดเร็ว ความสะดวก การมีส่วนร่วมกับประชาชน ข. ความมีอุดมการณ์ของข้าราชการ การเป็นที่พึ่งของประชาชน ความเสมอภาค ค. ความเป็นธรรม การมีส่วนร่วมกับประชาชน ความรวดเร็ว ง. ความเสมอภาค ความรวดเร็ว และความ เป็นธรรม 20. ปัญหาที่ประชาชนประสบมากที่สุด เมื่อไปใช้บริการจากหน่วยงานรัฐ ก. เจ้าหน้าที่พูดจาไม่สุภาพ ข. การได้รับบริการที่ล่าช้า ต้องรอนาน ค. ขั้นตอนการให้บริการมีมากและซ้ำซ้อน ง. เจ้าหน้าที่ไม่ให้ความสะดวก หรือคำแนะนำ 21. มิติของการบริการของรัฐ จากแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณา จักรไทย พุทธศักราช 2540 มีหลากหลายแตกต่างกันไป ได้แก่ ก. การเป็นผู้จัดให้มี ดูแลให้มี ข. กำกับ ดูแล ส่งเสริมสนับสนุน ค. การคุ้มครองและพัฒนา ง. ถูกทุกข้อ 22. รัฐบาลได้กำหนดให้มีปีแห่งการส่งเสริมการบริการประชาชนของรัฐ เริ่มตั้งแต่เมื่อใด ก. ปี พ.ศ. 2539 ข. ปี พ.ศ. 2540 ค. ปี พ.ศ. 2542 ง. ปี พ.ศ. 2545 23. การสร้างคุณภาพให้บริการประชาชนของรัฐ ก. ปรับปรุงระบบวิธีทำงาน ข. ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมสถานที่ทำงาน ค. ปรับปรุงเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ง. ถูกทุกข้อ 24. หลักการที่สำคัญของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชน ของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2532 ก. เปลี่ยนวิธีปฎิบัติราชการให้เป็นระบบเปิด ข. ให้การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ค. ปรับปรุงการบริการของรัฐโดยคำนึงถึงความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ ง. ถูกทุกข้อ 25. ปัจจัยสำคัญในการปฏิบัติการให้บริการ หรือภาพสามเหลี่ยมแห่งการบริการ (The Service Triangle) ได้แก่ ก. ข้าราชการผู้ให้บริการทุกระดับต้องได้รับการสรรหา พัฒนา และปรับพฤติกรรมวิธีการทำงานให้เน้น ความสำคัญของประชาชน ข. การมีกลยุทธ์การบริการเพื่อให้การปฏิบัติเข้าสู่เป้าหมาย ยึดหลักพื้นฐานของการสนองตอบความต้องการ ของประชาชนได้อย่างจริงจัง ค. การมีระบบงานให้บริการประชาชนเป็นเรื่องเรียบง่ายประชาชนสบายใจเมื่อมาใช้บริการ ง. ถูกทุกข้อ 26. แผนการพัฒนาการบริการมีขั้นตอนและวิธีการนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อการบริการที่ประชาชน ประทับใจ และได้รับประโยชน์สูงสุด ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนที่ถูกต้อง ก. ผู้บริหารระดับสูงมีเจตนาอันแรงกล้าในการบริการ ข. มีโครงการสร้างจิตสำนึกการให้บริการที่ดีและการพัฒนาความสามารถในการให้บริการต่อไป ค. ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายนอกองค์กรให้ดีขึ้นตลอดเวลา ง. รณรงค์สร้างปลูกฝังวัฒนธรรมในการบริการขององค์การ 27. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2535 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในการให้บริการ ประชาชนอย่างดี มีประสิทธิภาพ ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. มาตรา 92 ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งราชการมิได้ ข. มาตรา 94 การดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่หรือข่มเหงประชาชนผู้มาติดต่อราชการอย่างร้ายแรง ไม่ถือว่าเป็นความผิดวินัย ค. มาตรา 95 ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์ อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน ง. มาตรา 99 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย และดำเนินการทางวินัยผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีมูลเหต ุ ที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย 28. เมื่อประชาชนโทรศัพท์มาขอข้อมูล ต่อผิดแผนก ต่อผิดคน ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ควรถามใครดี คำตอบทางโทรศัพท์ควรจะบอกว่า ก. " ขอโทษค่ะ คุณโทรมาผิดคนแล้ว โทรมาใหม่นะคะ" ข. "เสียใจค่ะ ไม่ใช่ค่ะเดี๋ยวจะโอนสายให้นะคะ รอสักครู่" ค. "ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ แต่บอกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคุณไว้ก่อนเพื่อสายหลุด เขาจะได้โทรกลับ" ง. " วันหลังค่อยโทรมาใหม่นะคะ เขาชื่อแอ๊ดค่ะ" 29. ข้อความในข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ก. การจัดทำ PSO เป็นการยกระดับมาตรฐานของภาคราชการทั้งระบบและเป็นแนวคิดพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของประเทศไทย ข. การจัดทำ PSO. มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์รวมของภาคราชการทั้งระบบและเน้นให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ พัฒนามาตรฐานของผลลัพท์โดยเน้นถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ค. การจัดทำ PSO จะทำให้ระบบบริหารจัดการและการบริการภาครัฐมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ง. การจัดทำ PSO มุ่งเน้นคุณภาพในการให้บริการเฉพาะบางส่วนของหน่วยงานที่เป็นภาพย่อย 30. ข้อใดไม่ใช่ระบบมาตรฐานคุณภาพด้านการบริหารจัดการ ก. ระบบข้อมูล ระบบสื่อสาร ระบบการตัดสินใจ ข. ระบบการพัฒนาบุคคล ระบบการตรวจสอบถ่วงดุล ระบบการมีส่วนร่วม ค. ระบบการบริการภาคเอกชน ราชการ ระบบความโปร่งใส ระบบความคุ้มค่า ง. ระบบการประเมินผล ระบบการคาดคะเน แก้ไขวิกฤต ระบบวัฒนธรรมและจรรยา บรรณวิชาชีพ |
||