ข้อสอบครูดอทคอม ชุดที่ 80
 
  1. เมื่อตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภาให้มี
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาขึ้นแทนภายในกำหนดเวลาเท่าใด นับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

ก. 30 วัน
ข. 45 วัน
ค. 60 วัน
ง. 90 วัน
2. ในการพิจารณาเลือก แต่งตั้งให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในตามมาตราที่
กำหนดให้วุฒิสภาพแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่อย่างใด

ก. ตรวจสอบประวัติและความประพฤติของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนั้น
ข. รวบรวมข้อเท็จจิรงและพยายหลักฐานอันจำเป็น แล้วรายงานต่อวุฒิสภาเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
ง. ไม่มีข้อใดถูก
3. คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสี่คน ซึ่งพระมหากษัตริย์
ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของผู้ใด จากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริต
เป็นที่ประจักษ์

ก. ประธานรัฐสภา
ข. วุฒสภา
ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ง. นายกรัฐมนตรี
4. กรรมการการเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างไร
ก. มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ในวันเสนอชื่อ สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ข. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 106 หรือมาตรา 109 (1) (2) (4) (5) (6) (7) (13) หรือ (14) ไม่เป็นสมาชิก
    สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
ค. ไม่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะห้าปีก่อนดำรงตำแหน่ง ไม่เป็นผู้ตรวจการ
    แผ่นดินของรัฐสภา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาคม ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกัน
    และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ง. ถูกทุกข้อ
5. การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้งให้ดำเนินการอย่างไร
ก. ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งจำนวนสิบคนซึ่งประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครอง
    สูงสุดอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลทุกแห่ง ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือสี่คนผู้แทนพรรคการเมือง
    ทุกพรรคที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคละหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือสี่คน ทำหน้าที่พิจารณาสรรหา
    ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 137 ซึ่งสมควรเป็นกรรมการการเลือกตั้งจำนวนห้าคนเสนอต่อประธานวุฒิสภา มติในการเสนอ
    ชื่อดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการสรรหาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
    พิจารณาสรรหาผู้สมควรเป็นกรรมการการเลือกตั้งจำนวนห้าคน เสนอต่อประธานวุฒิสภา
ข. การเสนอชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการการเลือกตั้งให้กระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุที่ทำให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ค . ให้ประธานวุฒิสภาเรียกประชุมวุฒิสภาเพื่อมีมติเลือกผู้ได้รัรบการเสนอชื่อ ซึ่งต้องกระทำโดยวิธีการลงคะแนนลับ ให้ห้า
   คนแรกซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภาเป็นผู้ได้รับเลือก
    เป็นกรรมการการเลือกตั้งผู้ได้รับเลือกประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการการเลือกตั้งและแจ้งผลให้
    ประธานวุฒิสภาทราบและให้ประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป
ง. ถูกทุกข้อ
6. กรรมการเลือกตั้งไม่เป็นอย่างไร
ก. ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ไม่ประกอบอาชีพอิสระอื่นใด
ข. ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือของราชการส่วนท้องถิ่น
ค. ไม่ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัทหรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็น
   ลูกจ้างของบุคคลใด
ง. ถูกทุกข้อ
7. กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ดำรง
ตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

ก. 5 ปี
ข. 6 ปี
ค. 7 ปี
ง. 8 ปี
8. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระกรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อใด
ก. ตาย ลาออก
ข. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 137 หรือ มาตรา 139
ค. ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่ในความผิดอันได้กรทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ วุฒิสภามีมติตามมาตรา 307 ให้ ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
ง. ถูกทุกข้อ
8. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวนไม่น้อยกว่าเท่าใดของ
จำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาว่ากรรมการการเมือง
เลือกตั้งคนใดคนหนึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือกระทำการอันต้องห้าม และให้ประธาน
รัฐสภาส่งคำร้องนั้นไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่ากรรมการการเลือกตั้งผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

ก. หนึ่งในสอง
ข. หนึ่งในสิบ
ค. สองในสาม
ง. สามในสี่
9. ในกรณีที่กรรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งตามวาระพร้อมกันทั้งหมดให้ดำเนินการตามมาตรา 138 ภายในกี่วันนับแต่วันที่มีการพ้นจากตำแหน่ง
ก. 30 วัน
ข. 45 วัน
ค. 60 วัน
ง. 90 วัน
10. ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่า
ด้วยการออกเสียงประชามติและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และ
เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง. ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

ก. คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ประธานรัฐสภา
ง. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
11. คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่อย่างไร
ก. ออกประกาศกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรา 144 วรรคสอง มีคำสั่งให้ข้าราชการ
  พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ปฏิบัติการทั้งหมดอันจำเป็น
   ตามกฎหมาย
ข. สืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายตามมาตรา 144 วรรคสอง
   สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือออกเสียงประชามติใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใหม่ เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งหรือ
   การออก เสียงประชามติในหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ มิได้เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม
ค. ประกาศผลการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ    เรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ
ง. ถูกทุกข้อ
12. ผู้ใดมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่สั่งการตามมาตรา 145
ก. ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ
ข. ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือส่วนราชการท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
ง. ไม่มีข้อใดถูก
13. คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงโดยพลัน เมื่อมีกรณีใดเกิดขึ้น
ก. ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่ง
   คัดค้านว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข. ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ก่อนได้รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ
   ผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใดได้กระทำการใด ๆ โดยไม่สุจริตเพื่อให้ตนเองได้รับเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต
ค. ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การออกเสียงประชามติมิได้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งคัดค้านว่า
   การออกเสียงประชามติในหน่วยเลือกตั้งใดเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฏหมาย
ง. ถูกทุกข้อ
14. ในระหว่างที่พระราชกฤษฎีการให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา
หรือประกาศให้มีการออก เสียงประชามติมีผลใช้บังคับ ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวกรรมการการ
เลือกตั้งไปทำการสอบสวน เว้นแต่ใน กรณีที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือในกรณีใด

ก. ความผิดลหุโทษ
ข. จับในขณะกระทำความผิด
ค. ความผิดทางแพ่ง
ง. ถูกทุกข้อ
15 . สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยและต้องปฏิบัติหน้าที่
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของใคร

ก. ปวงชนชาวไทย
ข. พรรคการเมือง
ค. รัฐบาล
ง. รัฐสภา
16. ก่อนเข้ารับหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิญาณตนหรือไม่
ก. ไม่ต้อง
ข. ต้อง
ค. ไม่แน่ชัด
ง. ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
17. สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภามีประธานสภาคนหนึ่ง และรองประธานคนหนึ่งหรือสองคน ซึ่ง
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ ตามมติของใคร

ก. สภา
ข. รัฐบาล
ค. ครม.
ง. ถูกทุกข้อ
18. ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธาน และรองประธานวุฒิสภาย่อมพ้นจากตำแหน่ง
    ก่อนวาระด้วยเหตุใด

ก. ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกลาออกจากตำแหน่ง
ข. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือข้าราชการการการเมืองอื่น
ค. ต้องคำพิพากษาให้จำคุก
ง. ถูกทุกข้อ
19. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภาและผู้ทำหน้าที่แทนต้องวางตนอย่างไรในการปฏิบัติหน้าที่
ก. เป็นกลาง
ข. เข้าฝ่ายรัฐบาล
ค. เข้าฝ่ายค้าน
ง. ถูกทุกข้อขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
20. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมวุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าเท่าใดของจำนวน
สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาจึงจะเป็นองค์ประชุม

ก. หนึ่งในสาม
ข. กึ่งหนึ่ง
ค. สองในสาม
ง. สามในสี่
21. การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษาให้กำหนดอย่างใด เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้
ก. สองในสาม
ข. ข้างมาก
ค. สามในสี่
ง. สี่ในห้า
22. เอกสิทธิ์ความคุ้มครองในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภาหรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ที่จะกล่าวถ้อยคำในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน แต่ถ้าในการประชุม
ที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ การกล่าวถ้องคำมีลักษณะ
ความผิดทางอาญา หรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นจะได้รับสิทธิความคุ้มครองหรือไม่

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่แน่ชัด
ง. ไม่แน่นอน
23. เอกสิทธิ์ความคุ้มครอง ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานผลการประชุม
ตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรวุฒิสภา หรือรัฐสภา หรือไม่

ก. คุ้มครอง
ข. ไม่คุ้มครอง
ค. ไม่แน่ชัด
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข.
24. ภายในกำหนดเวลากี่วัน นับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภา
เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก

ก. 15 วัน
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน
ง. 60 วัน
25. ปกติการประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้มีสมัยการประชุมอย่างไร
ก. สมัยประชุมสามัญทั่วไป
ข. สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ
ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
ง. ไม่ข้อใดถูก
26. สมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสมัยหนึ่ง ๆ ให้มีกำหนดเวลากี่วัน
ก. 60 วัน
ข. 90 วัน
ค. 120 วัน
ง. 150 วัน
27. พิธีเปิดประชุมสมัยประชุมวิสามัญทั่วไปครั้งแรกเรียกว่าพิธีอะไร
ก. รัฐพิธี
ข. พิธีการของสภาผู้แทนราษฎร
ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
ง. ไม่มีข้อใดถูก
28. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองสภารวมกันหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน
ไม่น้อยกว่าเท่าไรของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้นำความ
กราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็การประชุมสมัยวิสามัญใด

ก. หนึ่งในสาม
ข. กึ่งหนึ่ง
ค. สองในสาม
ง. เสียงข้างมาก
29. การเรียนประชุม การขยายเวลาประชุมและการเปิดประชุมรัฐสภา ให้กระทำโดยตรากฎหมายใด
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. ประกาศกระทรวง
ง. พระราชกำหนด
30. คณะรัฐมนตรีมีจำนงนกี่คน
ก. 35 คน
ข.ไม่เกิน 35 คน
ค. 36 คน
ง. ไม่เกิน 36 คน

 
 

กลับหน้าแรก                หน้าข้อสอบ               หน้าเฉลย                ทำข้อสอบชุดต่อไป