ข้อสอบครูดอทคอม ชุดที่ 76
 
  1. ข้อใดเป็นสิทธิของปวงชนชาวไทย
ก. การออกเสียงเลือกตั้ง
ข. การรับการศึกษาอบรม
ค. การเสียงภาษีอากร
ง. การนับถือศาสนา
2. การกระทำในข้อใดที่อาจผิดรัฐธรรมนูญ
ก. การไม่รับเด็กสมรมแล้วเขียนเรียน
ข. การไม่เปิดขยายชั้นอนุบาล
ค. การไม่รับเด็กพม่าเข้าเรียน
ง. การผลักภาระการจัดการศึกษาให้เอกชน
3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 กำหนดให้รัฐบาล จะต้องจัดการ
ศึกษาให้กับประชาชน โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลากี่ปี

ก. 6 ปี
ข. 9 ปี
ค. 12 ปี
ง. 15 ปี
4. หน้าที่บุคคลข้อใด ไม่ได้ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2540

ก. ป้องกันประเทศ
ข. รับการศึกษาอบรม
ค. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ง. พึ่งพออาศัยซึ่งกันและกัน
5. รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาให้เกิดสิ่งใด
ก. ความรู้คู่คุณธรรม
ข. ความรู้คู่วินัย
ค. ความรู้คู่ความสามารถ
ง. ความรู้คู่จิตสำนึก
6. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่
   11 ตุลาคม 2540 และประกาศใช้ราชกิจจา อันมีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน
ข. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่
   11 ตุลาคม 2540 และประกาศใช้ราชกิจจา อันมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป
ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่
   27 กันยายน 2540 และประกาศใช้ราชกิจจา อันมีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน
ง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่
   11 ตุลาคม 2540 และประกาศใช้ราชกิจจา อันมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป
7. คณะองค์มนตรีมีจำนวนทั้งหมดกี่คน
ก. ไม่เกิน 18 คน รวมประธานองค์มนตรี
ข. ไม่เกิน 18 คน ไม่รวมประธานองค์มนตรี
ค. ไม่เกิน 19 ไม่รวมประธานองค์มนตรี
ง. ไม่เกิน 19 รวมประธานองค์มนตรี
8. บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกัน ในการรับการศึกษาพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัด
ให้ทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายอยู่ในหมวดใด

ก. สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย
ข. หน้าที่ของชนชาวไทย
ค. แนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ
ง. การปกครองส่วนท้องถิ่น
9. ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. สภาผู้แทนประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 500 คน โดยมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ
100 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต จำนวน 400 คน
ข. ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์
ค. อายุของสภาสิ้นสุดลง ให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน
ง. วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งจำนวน 200 คน
10. ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคือ
ก. ประธานรัฐสภา
ข. ประธานวุฒิสภา
ค. ประธานสภาผู้แทนราษฏร
ง. ประธานศาลฎีกา
11. มาตรา 221 คือข้อใด
ก. พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
ข. พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกกฎอัยการ
ค. พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ
ง. การจัดตั้ง กระทรวง ทบวง กรม ขึ้นใหม่ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ
12. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของรัฐมนตรี
ก. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
ข. อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
ค. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าหรือเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว
ง. ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
13. สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้โดยชัดแจ้งโดยปริยาย หรือโดยคำวินิจฉัย
ของศาลรัฐธรรมนูญ
ย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพันกับผู้ใดหรือหน่วยใด
ก. รัฐสภา
ข. คณะรัฐมนตรี
ค. ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ โดยตรงในการตรากฎหมาย การใช้บังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายทั้งปวง
ง. ถูกทุกข้อ
14. บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้ขนาดใด
ก. เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่น
ข. เท่าที่ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ
ค. เท่าที่ไม่ขัดศีลธรรมอันดีของประชาชน
ง. ถูกทุกข้อ
15. บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้สามารถยกบทบัญญัติแห่ง
รัฐธรรมนูญนี้ เพื่อใช้สิทธิทางศาล หรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู่คดีในศาลได้หรือไม่

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ขึ้นอยู่กับรูปคดี
ง. ถูกทุกข้อ
16. การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัย
อำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้ และเท่าที่จำเป็น
เท่านั้นและจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นได้หรือไม่

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่แน่นอน
ง. ขึ้นอยู่กับรูปคดี
17. บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันชายและ
หญิงมีสิทธิอย่างไร

ก. ชายมากกว่าหญิง
ข. หญิงมากกว่าชาย
ค. เท่าเทียมกัน
ง. ขึ้นอยู่กับสถานภาพของชาย และหญิงนั้น
18. การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ
หรือสังคมความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อ
บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำได้หรือไม่

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่แน่ชัด
ง. ไม่แน่ใจ
19. บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับกุม คุมขัง ตรวจค้นตัว บุคคล หรือการกระทำใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจอะไร
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. อำนาจรัฐมนตรี
ค. อำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ง. ถูกทุกข้อ

20. บุคคลจะไม่ต้องรับโทษอาญา เว้าแตจะได้กระทำการอันกฏหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำ
นั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กำหนด
ไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดได้หรือไม่

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่แน่ชัด
ง. ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
21. ในคดีอาญา ต้องสันนิฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยมีความผิดหรือไม่ ก่อนมีคำพิพากษา
อันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำ
ความผิดมิได้

ก. ไม่มีความผิด
ข. มีความผิด
ค. ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์
ง. ถูกทุกข้อ
22. สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือ ความเป็นอยู่ส่วนตัว ย่อมได้รับ
ความคุ้มครองการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใด ไปยัง
สาธารณชนอันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัวเกียรติ ชื่อเสียง
หรือความเป็นอยู่ ส่วนตัว จะกระทำมิได้เว้นแต่กรณีที่เป็นอย่างไร

ก. ประโยชน์ต่อสาธารณชน
ข. ประโยชน์ต่อรัฐบาล
ค. ประโยชน์ต่อการปกครอง
ง. ประโยชน์ต่อส่วนบุคคล
23. บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองในการที่จะอยู่อาศัยและ
ครองครองเคหสถานโดยปกติสุข การเข้าไปในเคหสถาน โดยปราศจากความยินยอมของ
ผู้ครอบครองหรือการตรวจค้นเคหสถาน จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามอะไร

ก. บทบัญญัติแห่งกฏหมาย
ข. ตามคำสั่งเจ้าพนักงานของรัฐ
ค. ตามผู้ปกครอง
ง. ถูกทุกข้อ
24. บุคคลย่อมมีเสรีภาภในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร
การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทย
เข้ามาในราชอาณาจะกระทำได้หรือไม่

ก. กระทำได้
ข. กระทำไม่ได้
ค. ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในขณะนั้น
ง. ถูกทุกข้อ
25. บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย การตรวจการกัก
หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้งการกระทด้วยประการอื่นใดเพื่อให้
ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสาร ทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกันจะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัย
อำนาจอะไรบ้าง

ก. บทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะ เพื่อรักษาความมั่งคงของรัฐ
ข. บทบัญญติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ค. ถูกทั้ง ก และ ข
ง. ไม่มีข้อใดถูก
26. บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมใน
ศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนาบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ
ของตนเมืองไม่เป็นปฏิปักษ์ต่ออะไร

ก. หน้าที่ของพลเมือง
ข. ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ค. ไม่เป็นการขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
ง. ถูกทุกข้อ
27. บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา
และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพจะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจ
ตามบทบัญญัติแห่งกฏหมายเฉพาะในด้านใด

ก. เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ
ข. เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครองครัว หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น
ค. เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อม
ทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน
ง. ถูกทุกข้อ
28. คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และวิทยุโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของใครเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ก. การสื่อสารแห่งประเทศไทย
ข. องค์การโทรศัพท์
ค. ชาติ
ง. ถูกทุกข้อ
29. พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์วิทยุกระจายเสียงหรือ
วิทยุโทรทัศน์ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าว และแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามกฎหมาย
อะไร โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้า
ของกิจการนั้น

ก. รัฐธรรมนูญ
ข. กฎหมายอาญา
ค. พระราชบัญญัติการพิมพ์และการสื่อสาร
ง. ถูกทุกข้อ
30. บุคคลย่อมมีเสรีภาพทางวิชาการ การศึกษา การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพร่
งานวิจัยตามหลักวิชาการ ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่ออะไร

ก. ระเบียบของสถาบันการศึกษา
ข. หน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ค. มโนธรรม
ง. ถูกทุกข้อ

 
 

กลับหน้าแรก                หน้าข้อสอบ               หน้าเฉลย                ทำข้อสอบชุดต่อไป