|
ลักษณะผลงานทางวิชาการ
|
1. เอกสารประกอบการสอน
หมายถึง เอกสาร หรืออุปกรณ์ ที่ใช้ประกอบการสอนวิชาใดวิชาหนึ่งตามหลักสูตรซึ่งสถานศึกษากำหนด มีลักษณะเป็นเอกสาร หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในวิชาที่สอนประกอบด้วยแผนการสอน
หัวข้อคำบรรยาย (มีรายละเอียดประกอบพอสมควร) และอาจมีสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้เพิ่มขึ้นอีกก็ได้ เช่น หนังสืออ่านประกอบบทเรียบเรียง คัดย่อเอกสารที่เกี่ยวข้องฯ
2.เอกสารคำสอน
หมายถึง เอกสารคำบรรยาย หรืออุปกรณ์ ที่ใช้สอนวิชาใดวิชาหนึ่งตามหลักสูตรของสถาบัน
มีเนื้อหาสาระคำสอนที่มีความสมบูรณ์กว่าเอกสารประกอบการสอน
เอกสารประกอบการสอนหรือเอกสารคำสอน จะต้องมีหัวข้อและเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วนตามรายละเอียดของวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา และครอบคลุมด้าน
ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. ความมุ่งหมาย
2. เนื้อเรื่อง
3. กิจกรรมและวิธีสอน
4. อุปกรณ์ที่ใช้
5. วิธีประเมินผล
3. หนังสือ (งานแต่ง งานเรียบเรียง)
หมายถึง เอกสารทางวิชาการหรือ กึ่งวิชาการที่ได้เรียบเรียงอย่างมีระบบ เข้าปกเย็บเล่มเรียบร้อย มีสารบัญแบ่งหมวดหมู่ของเนื้อหาอย่างชัดเจน (ตีพิมพ์) ใช้อักษรตัวพิมพ์และมีการเผยแพร่
4. ตำรา (งานแต่ง งานเรียบเรียง)
หมายถึง เอกสารที่ใช้ในการเรียนวิชาใดวิชาหนึ่งที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทันสมัย โดยจะต้องมี เนื้อหาสาระอย่างละเอียดครอบคลุมวิชาหรือส่วนของวิชาที่ตนเชี่ยวชาญ โดยมีวัตถุประสงค์ที่ใช้เป็นหลักในการเรียนการสอนตามหลักสูตรซึ่งสถานศึกษากำหนด และต้องจัดทำเป็นรูปเล่มอย่างเรียบร้อย
5. งานวิจัย
หมายถึง งานศึกษาค้นคว้าอย่างมีระเบียบ และมีความมุ่งหมายอย่างแน่นอน เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ หรือหลักการบางอย่างที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิชาการ หรือการนำวิชาการนั้นมาประยุกต์
การรายงานผลการวิจัย มีลักษณะเป็นเอกสารที่มีรูปแบบของการวิจัยตามหลักวิชาการ เช่น มีการตั้งสมมติฐาน หรือมีการกำหนดปัญหาที่ชัดเจนสมเหตุสมผล โดยต้องระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนแน่นอน มีการรวบรวมข้อมูล พิจารณา วิเคราะห์ ตีความและสรุปผลการวิจัยที่สามารถให้คำตอบหรือบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้
6. งานแปล
หมายถึง การแปลหนังสือจากต้นฉบับเดิมที่เป็นงานในภาษาอื่น ซึ่งจะต้องสื่อความหมายให้ ถูกต้องตรงตามความหมายเดิม โดยรักษาอรรถรส เนื้อหา และลีลาการเขียนของต้นฉบับไว้
7. บทความทางวิชาการ
หมายถึง เอกสารซึ่งเรียบเรียงจากผลงานทางวิชาการของตนเองหรือของผู้อื่นในลักษณะที่เป็นการวิเคราะห์ วิจารณ์ หรือเสนอแนวความคิดใหม่จากพื้นฐานทางวิชาการ นั้น ๆ
*สำหรับบทความทางวิชาการที่เขียนขึ้นเพื่อเป็นความรู้ทั่วไปสำหรับประชาชนนั้นอาจใช้ได้บ้าง หากมีคุณค่าทางวิชาการเพียงพอ
8. ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น
หมายถึง ผลงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่เอกสารประกอบการสอน เอกสารคำสอน หนังสือ ตำรา งานแปล บทความทางวิชาการหรืองานวิจัย โดยปกติ หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ หรืองานสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า เช่น เครื่องทุ่นแรงผลงานด้านศิลปะ ฯลฯ ผลงานทางวิชาการดังกล่าวอาจบันทึกเป็นภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือแถบเสียง ฯลฯ ก็ได้
ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นที่เสนอมานั้น จะต้องผ่านการพิสูจน์ หรือมีหลักฐาน รายละเอียดต่าง ๆ ประกอบ แสดงให้เห็นคุณค่าของผลงานว่า ได้มาตรฐานของตำแหน่งทางวิชาการ ในระดับศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ หรือผู้ช่วยศาสตราจารย์ แล้วแต่กรณี
หมายเหตุ ในการเสนอผลงานทางวิชาการทุกประเภท ไม่ให้ใช้ใบแทรกแก้คำผิดสำหรับการจัดพิมพ์ผลงานทางวิชาการนั้น จะต้องพิมพ์ 2 หน้า ยกเว้นงานวิจัยให้พิมพ์หน้าเดียวได้ เนื่องจาก มีข้อมูลที่เป็นรายละเอียดของรูปภาพและตารางมาก
1. เอกสารประกอบการสอน เอกสารคำสอน พิจารณาในหัวข้อ
1. ความถูกต้องในด้านเนื้อหาวิชาการ ข้อเท็จจริง และการอ้างอิง
2. ความดีเด่นทางวิชาการ แนวคิดใหม่และความลึกซึ้งทันสมัยของเนื้อหาสาระและครอบ คลุมหลักสูตร
3. ความสามารถในการแต่งเรียบเรียง การใช้ภาษา ความสอดคล้องของเนื้อหา และการทำความเข้าใจ
4. รูปแบบลักษณะของผลงาน การพิมพ์ การจัดทำเชิงอรรถ บรรณานุกรมและความประณีต
5. ประโยชน์ในด้านความก้าวหน้าทางวิชาการ
6. ลักษณะความมุ่งหมายและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. งานแต่งเรียบเรียง หนังสือ หรือตำรา พิจารณาในหัวข้อ
1. ความถูกต้องในด้านเนื้อหาวิชาการ ข้อเท็จจริง และการอ้างอิง
2. ความดีเด่นทางวิชาการ แนวคิดใหม่และความลึกซึ้งทันสมัยของเนื้อหาสาระ
3. ความสามารถในการแต่งเรียบเรียง การใช้ภาษา ความสอดคล้องของเนื้อหา และการทำความเข้าใจ
4. รูปแบบลักษณะของผลงาน การพิมพ์ การจัดทำเชิงอรรถ บรรณานุกรมและความประณีต
5. ประโยชน์ในด้านความก้าวหน้าทางวิชาการ
3.งานวิจัย พิจารณาในหัวข้อ
1. ความสำคัญและความชัดเจนของปัญหาการวิจัย
2. การศึกษาเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
3. ความเหมาะสมของการออกแบบวิจัย
4. ความเหมาะสมของเทคนิคการเก็บข้อมูลและกลุ่มตัวอย่าง
5. คุณภาพของเครื่องมือวิจัย
6. ความถูกต้องและความเหมาะสมของการวิเคราะห์
7. การสรุปและอภิปรายรายงานการวิจัย
8. ความเหมาะสมและรูปแบบของการอ้างอิง
9. ความเป็นประโยชน์ทางวิชาการของเรื่องที่วิจัย
4. งานแปล พิจารณาในหัวข้อ
1. สื่อความหมายถูกต้องตรงตามความหมายเดิมของต้นฉบับ
2. มีเนื้อหาสาระสำคัญครบถ้วนตามต้นฉบับ
3. สื่อความหมายเป็นอย่างดี เป็นที่เข้าใจของผู้อ่าน
4. ใช้สำนวนภาษาที่สละสลวยและกระทัดรัด
5. รักษาอรรถรสและลีลาการเขียนของต้นฉบับเดิมไว้ครบถ้วน
6. ประโยชน์ในด้านความก้าวหน้าทางวิชาการ
5. บทความทางวิชาการ พิจารณาในหัวข้อ
1. ความถูกต้องตามหลักวิชา
2. ความรัดกุมและความชัดเจนในแนวความคิด
3. ความเหมาะสมในรูปแบบการเขียนและการอ้างอิง
4. ความเหมาะสมในการใช้ภาษา
5. ความถูกต้องในการใช้ภาษา
6. ประโยชน์ในด้านความก้าวหน้าทางวิชาการ
งานเรียบเรียง)
1. รูปแบบของการเขียน ควรคำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ เช่น การพิมพ์ประณีตชัดเจนเว้นวรรคตอนและช่องไฟ มีความต่อเนื่องในการเสนอเนื้อหา มีหัวข้อชัดเจน ใช้ศัพท์ทางเทคนิค ถูกต้อง มีการอ้างอิงแหล่งวิชาการที่ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้า (เช่น การคัดลอก หรือยก ข้อความ ภาพ แผนภูมิ ภาพประกอบ ตาราง ฯลฯ) ในรูปแบบที่สม่ำเสมอ และจัดทำบรรณานุกรมและหรือภาคผนวกไว้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. ความถูกต้องในด้านเนื้อหาวิชา ควรคำนึงถึงความถูกต้องของข้อมูล ทฤษฎี สูตรศักราช การทดลอง การตีความ หลักฐานอ้างอิง การเสนอแนวความคิดและเหตุผล ความทันสมัยของหลักวิชาการ ฯลฯ
3. การใช้ภาษา ภาษาที่ใช้เขียนต้องเป็นภาษาไทย เว้นแต่ตำราหนังสือหรือเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียนวิชาภาษาต่างประเทศ หรือตำราหนังสือ หรือเอกสารที่มีความจำเป็นพิเศษ ที่ต้องเขียนเป็นภาษาต่างประเทศ กรณีที่เป็นข้อยกเว้นให้คณะกรรมการพิจารณา ผลงานทางวิชาการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
4. ความถูกต้องเหมาะสมในด้านการใช้ภาษา ต้องคำนึงถึง การใช้ถ้อยคำต้องให้ชัดเจน แจ่มแจ้ง ถูก หลักภาษาและตรงความหมาย ใช้คำสุภาพที่นิยมใช้ในภาษาเขียน ตัวสะกดการันต์ต้องถูกต้อง ศัพท์บัญญัติต่าง ๆ ต้องถูกต้องและให้ตรงกันตลอดทั้งเล่ม การใช้วรรคตอนเหมาะสม ข้อความอ่านเข้าใจง่าย กระชับ และมีความสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี การเรียบเรียงเรื่องราวในแต่ละย่อหน้า แต่ละบท ต้องมีความเกี่ยวเนื่องกัน สำนวนและโวหารต้องเป็นภาษาเขียนและเหมาะกับเรื่องแต่ละตอน
5. ความสมบูรณ์และความลึกซึ้ง ควรมีขอบเขตคลุมเนื้อหาวิชาที่ผู้เขียนมุ่งหมายครบถ้วนแต่ละเรื่อง แต่ละตอน การอธิบายหรือวิเคราะห์ ควรให้ละเอียดถี่ถ้วนและลึกซึ้ง ควรมีส่วนประกอบอื่น เช่น บทนำ สารบัญ ภาพประกอบ ตาราง แผนภูมิ ฯลฯ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่การอ่านและการค้นคว้าต่อไปของงานแต่ง งานเรียบเรียง ตำรา หรือหนังสือเล่มนั้น และควรเสนอแนะหนังสือหรือเอกสารประกอบการศึกษาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือ ตำรา วารสาร และงานวิจัย ฯลฯ
หนังสือ ตำรา (งานแต่ง งานเรียบเรียง) จะต้องมีความละเอียดสมบูรณ์และลึกซึ้งมาก แต่ไม่จำเป็นว่าเนื้อหาจะต้องครอบคลุมรายวิชาใดวิชาหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วนเอกสารประกอบการสอนเอกสารคำสอน จะต้องมีเนื้อหาครอบคลุมรายวิชาใดวิชาหนึ่งโดยเฉพาะ
2. ข้อเสนอแนะในการเสนอผลงานวิจัย ควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้
1. ความชัดเจนของปัญหาการวิจัย แสดงความชัดเจนของปัญหาและความจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาวิจัยในปัญหาดังกล่าว ตลอดจนความน่าสนใจของปัญหาที่ศึกษา กำหนดขอบเขตของปัญหา ข้อตกลงเบื้องต้นและให้คำนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปรที่สำคัญ และศัพท์เฉพาะทั้งหมด
2. การศึกษาเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีการประมวลความรู้ในทางทฤษฎีศึกษา ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังศึกษาค้นคว้า และแสดงความเชื่อมโยงความรู้ที่ได้ศึกษาวิเคราะห์ จากผลงานที่ มีอยู่แล้วนั้นกับการวิจัยปัจจุบันที่กำลังทำ เพื่อหาแนวทางและวางรูปแบบของการวิจัยให้ตอบปัญหา ที่ตั้งไว้สำหรับการวิจัย
3. แบบแผนของการวิจัย ต้องตอบสนองปัญหาซึ่งตั้งไว้สำหรับการวิจัย หากเป็นงานวิจัยที่มีการตั้ง สมมุติฐาน การตั้งสมมุติฐานต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง เช่น มีรากฐานทางวิชาการจากการประมวลความรู้ในเอกสาร ตำรา และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีนิยามของตัวแปรอย่างชัดเจนสอดคล้องกับปัญหาของ การวิจัย
4. กลุ่มตัวอย่างและวิธีการสุ่มตัวอย่าง ถูกต้องตามหลักวิชาการและเหมาะสมกับปัญหาการวิจัย
5. วิธีการดำเนินการวิจัย มีขั้นตอนและวิธีการเหมาะสมต่อเรื่องที่วิจัย
6. การวิเคราะห์ข้อมูล มีความถูกต้องและเหมาะสม ใช้วิธีการทางสถิติ (ถ้ามี) อย่างเหมาะสมถูกต้อง สามารถทดสอบสมมุติฐานที่ตั้งไว้ได้ พร้อมทั้งรายงานผลการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลและการสรุปผล
7. การสรุปและอภิปรายรายงานผลการวิจัย ประมวลและตีความตลอดจนอภิปรายผลของการวิจัยและแสดงความเชื่อมโยงผลของการวิจัยนี้เข้ากับมวลความรู้เดิมที่ศึกษามา
8. การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล มีรูปแบบของการอ้างอิงแหล่งวิชาการที่ถูกต้องตามหลักสากลนิยม และมีความสม่ำเสมอในการใช้รูปแบบนั้น
9. ความสำคัญและประโยชน์ของเรื่องที่วิจัย เรื่องที่ศึกษาวิจัยเป็นเรื่องที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ทาง ด้านวิชาการ หรือสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้
3. ข้อเสนอแนะทั่วไปในการจัดทำผลงานทางวิชาการ
1.จัดทำต้นฉบับให้เรียบร้อย ตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดการันต์ ถ้าหากเป็นลายมือเขียน
2.เพื่อป้องกันพิมพ์วรรคตอนผิดพลาด ถ้าหากต้องการจะให้เว้นวรรคในข้อความตอนใดให้ใช้
หรือตาราง ไว้ทางด้านซ้ายมือของตำรา และให้ใส่เลขหน้าที่มุมบนขวามือ
5. เนื้อหาที่นำมาพิมพ์ไว้ในแต่ละหน้าควรมีประมาณ 25 บรรทัด ในกรณีอัดสำเนา และประมาณ
30 บรรทัด ในกรณีพิมพ์จากโรงพิมพ์
6. การจัดพิมพ์ควรดำเนินการดังนี้
6.1 กระดาษหรือรูปเล่ม กรณีอัดสำเนาให้ใช้กระดาษขนาด A4 สำหรับการพิมพ์ โรงพิมพ์ให้ใช้ขนาด 8 หน้ายก
6.2 หัวข้อหลักให้พิมพ์ติดเส้นกั้นหน้า
6.3 หัวข้อรองซึ่งเป็นข้อย่อยของหัวข้อหลักให้ย่อหน้าลึกเข้ามา 9 ตัวอักษร และอยู่ห่างจากข้อความของหัวข้อหลักข้างบน 1 บรรทัด
6.4 หัวข้อย่อยซึ่งเป็นข้อย่อยของหัวข้อรอง (ข้อ 6.3) ให้ย่อหน้าเข้ามาให้ตรงกับแนวข้อความของหัวข้อรอง และให้ช่องว่างห่างจากบรรทัดบน 1 บรรทัด
6.5 หัวข้อย่อยของหัวข้อย่อย (ข้อ 6.4) ให้ย่อหน้าเข้าให้ตรงกับข้อความของหัวข้อย่อยข้างบน และ ให้อยู่ห่างจากข้อความแถวข้างบน
6.6 ถ้าหากมีหัวข้อย่อยมากกว่านี้ ให้จัดระบบเหมือนข้อ 6.5 กล่าวคือ ย่อหน้าหัวข้อเข้ามาให้ตรงกับข้อความในหัวข้อย่อยหลักข้างบน และปัดช่องว่างให้ห่างจากข้างบน เช่นกัน
6.7 หัวข้อในข้อ 6.2 และ 6.3 จะเป็นหัวข้อลอย ซึ่งไม่มีข้อความอื่นพิมพ์ต่อหลังจากที่พิมพ์ข้อความ ของหัวข้อนั้นหมดแล้ว ส่วนหัวข้อย่อยอื่น ๆ หลังจากพิมพ์หัวข้อแล้วให้ นำข้อความอื่น ๆ มาพิมพ์ต่อ ได้เลยโดยไม่ต้องย่อหน้าและขึ้นบรรทัดใหม่ ข้อความที่มีเลขประจำข้อ ควรย่อหน้าเมื่อขึ้นเลขข้อใหม่
6.8 เพื่อเป็นการเน้นหัวข้อให้เด่น ควรพิมพ์ขนาดตัวอักษรให้โตขึ้นกว่าตัวอักษรที่พิมพ์เนื้อหา
7. ควรพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อสะดวกในการแก้ไข
อักษร โดยการอ่านจะมีโอกาสผิดพลาดได้มาก
9. การแก้คำผิดจะใช้วิธีทำใบแทรกแก้คำผิดไม่ได้ หรือจะแก้โดยเขียนลงในหน้าก็ไม่ได้
10.ถ้าหากเป็นงานแต่ง งานเรียบเรียง ตำรา หรือเอกสารประกอบการสอน รวมทั้งเอกสารคำสอน
ต้องพิมพ์ 2 หน้า ยกเว้นงานวิจัยสามารถพิมพ์หน้าเดียวก็ได้
11.รูปภาพหรือแผนภูมิ ต้องชัดเจนและสื่อความหมายได้ (ภาพถ่ายปกติเมื่อถ่ายเอกสารขาว- ดำ จะ
ไม่ชัดเจนเท่าต้นฉบับ แต่ถ้าหากถ่ายสีจะชัดเจนดีมาก)
12.หน้าคำนำ สารบัญ สารบัญภาพ และสารบัญตาราง ให้ใช้ตัวอักษร ก ข ค หรือตัวเลขในวงเล็บ
เช่น (1) (2) (3) เป็นต้น กำกับหน้า สำหรับหน้าที่เป็นบทที่หรือบรรณานุกรมไม่ต้องพิมพ์เลขหน้า
กำกับไว้ (สมมุติว่า บทที่ 2 ปรากฏอยู่ในหน้า 31 ไม่ต้องพิมพ์หน้า 31 ลงไปเหนือคำว่า บทที่ 2
แต่ให้พิมพ์หน้า 32 ไว้ในหน้าถัดไป)
13. เมื่อขึ้นบทใหม่ทุกครั้ง ต้องขึ้นหน้าใหม่เสมอและให้อยู่หน้าขวามือ ถึงแม้หน้าซ้ายมือจะว่างก็ให้นับหน้าว่างด้วย สำหรับหัวข้อหลักไม่ควรขึ้นไว้ต่อท้ายหน้าใดหน้าหนึ่ง โดยไม่สามารถพิมพ์ข้อความอื่นในข้อนั้นต่อได้อีก ในกรณีนี้ควรขึ้นหน้าใหม่แม้ว่าในหน้านั้น ๆ จะเหลือพื้นที่อีก 1 บรรทัดก็ตาม
14. การแปลตำราจากภาษาต่างประเทศ ผู้แปลจะต้องส่งสำเนาต้นฉบับเดิม 5 ชุดแนบมาให้ผู้ทรงคุณวุฒิ
ตรวจสอบด้วย ถ้าหากผลงานนั้นพิมพ์จำหน่ายจ่ายแจกต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อนและ
แนบใบอนุญาตนั้นมาด้วย
15. ระบบตัวพิมพ์ตัวเลขและการอ้างอิง เมื่อใช้แบบใดต้องใช้แบบนั้นตลอดทั้งเล่ม
16. ผลงานเพื่อเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ ต้องเขียนเป็นภาษาไทยเท่านั้น ยกเว้นภาษาต่างประเทศ
จะต้องเขียนเป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมด หรือผสมกันระหว่างภาษาไทยกับภาษาต่างประเทศก็ได้
สำหรับงานแปล, ภาษาศาสตร์ (ภาษาอังกฤษ), หรือการวิจัย ใช้ผสมกันระหว่างภาษาไทยกับภาษา
ต่างประเทศได้
ตำรา และงานวิจัย ที่เป็นรายวิชาสาขาเดียวกันและตรงกับสาขาวิชาที่กำหนดตำแหน่ง
18. คำแปลศัพท์ทางเทคนิค ให้ใช้คำศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถาน
19. ไม่ควรแทรกตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพ ลงในระหว่างเนื้อหาที่ยังไม่จบความ
20. ในกรณีที่จัดทำผลงานเพื่อขอกำหนดตำแหน่งรองศาสตราจารย์ เอกสารคำสอนไม่ควรจะมี
ข้อความซ้ำซ้อน กับเอกสารอื่นที่เสนอในคราวเดียวกันเกิน 1 ใน 4 ของเล่ม
1.งานแต่งเรียบเรียง งานวิจัย
|
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ๆ |
ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง |
|
1. ปกนอกและปกใน |
1. ปกนอกและปกใน |
|
2. งานแต่งเรียบเรียง |
2. การเขียนผลงานทางวิชาการ
ในเรื่องใด จะต้องมี |
|
งายวิจัย |
การเขียนงานวิจัย
ควรมีข้อมูลต่อไปนี้ |
|
3. มีการพิมพ์ผิดมากทั้งภาษาไทย/ |
3. ต้องใช้ความรอบคอบในการพิสูจน์อักษร
การเรียง |
|
4. การเขียนบรรณานุกรมไม่ถูกต้อง |
4. ให้ศึกษารูปแบบการเขียนบรรณานุกรมจากคู่มือการเขียน |
|
5. หนังสือที่นำมาอ้างอิงล้าสมัย
และ |
5. ต้องอ้างอิงหนังสือที่ทันสมัย
ยกเว้นบางสาขาวิชาที่ต้อง |
2.เอกสารคำสอน เอกสารประกอบการสอน
|
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ๆ |
ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง |
|
1. ปกนอกและปกใน |
1. ปกนอกและปกใน |
|
2. ไม่มีหนังสืออ้างอิง
หรือบรรณานุกรม |
2. แต่ละบทจะต้องจบลงด้วยการอ้างอิงหรือบรรณานุกรม |
|
3. ไม่มีแผนบริหารการสอนประจำบท |
3. ต้องมีแผนบริหารการสอน
เพื่อเป็นการวางแผนว่า |
|
4. เนื้อหาที่เขียนไม่ครอบคลุมคำอธิบาย |
4. ต้องเขียนให้ครอบคลุมคำอธิบายรายวิชานั้น ๆ ตามหลักสูตรของสถานศึกษา |