สมาชิกเข้าสู่ระบบ

‘ก.ค.ศ.’ ไฟเขียวเพิ่มเงินตำแหน่งพัสดุ 2-6 พันต่อเดือน

ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และนักวิชาการพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในลักษณะเดียวกับข้าราชการพลเรือน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบนี้ 

“การปรับปรุงระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากับข้าราชการประเภทอื่น โดยเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุและนักวิชาการพัสดุอย่างชัดเจน” นางนฤมล กล่าว 

ด้านนายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความรับผิดชอบสูง และความเสี่ยงสูงเนื่องจากต้องปฏิบัติงานในการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน โดยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษนี้จะจ่ายเพิ่มเติมจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ในอัตรา 2,000 – 6,000 บาท ต่อเดือนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ถือเป็นเงินเพิ่มรายเดือนพิเศษเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการที่ทำงานด้านพัสดุ และผ่านการอบรมในหลักสูตรที่กรมบัญชีกลางกำหนด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบด้วย ซึ่งภายหลังจาก ก.ค.ศ. เห็นชอบแล้ว จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป 

ขณะที่การประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2569 วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569 โดยมี ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ       โดยที่ประชุม ก.ค.ศ. เห็นชอบให้กำหนด (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. .... เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาในการได้รับเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุและตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ และนำเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ การให้ได้รับเงินเพิ่มฯ ตามระเบียบนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

เกี่ยวข้องกัน

‘ก.ค.ศ.’แจงเพิ่มเงินตำแหน่งพัสดุ ให้เฉพาะกลุ่ม38ค.(2) ครู-ลูกจ้างหมดสิทธิ ลุ้น‘ก.พ.ร.’เคาะตัดโอน2พันอัตราทำธุรการ 

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมก.ค.ศ.มีมติเห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลัง นั้น 

มติดังกล่าว เป็นการเห็นชอบในหลักการ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ ก่อนมีผลบังคับใช้ 

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบดังกลาวให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และนักวิชาการพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในลักษณะเดียวกับข้าราชการพลเรือน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบดังกล่าว 

“ทั้งนี้ระเบียบการเพิ่มเงินดังกล่าว จะมีผลกับข้าราชการที่มีตำแหน่งด้านพัสดุ จะเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ หรือ นักวิชาการพัสดุก็ได้แต่ต้องอยู่ในสายงานพัสดุ และจะต้องผ่านการอบรมที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งปัจจุบันมีข้าราชการที่ทำหน้าที่มีแหน่งด้านพัสดุโดยตรง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) ประจำจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กว่า 2,000 อัตรา ส่วนกรณีข้าราชการครู ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่พัสดุด้วยจะได้รับการเพิ่มเงินในส่วนนี้หรือไม่นั้น ที่ประชุมก.ค.ศ. เคยหารือเรื่องดังกล่าวและมีมติให้หารือเรื่องดังกล่าวไปที่กระทรวงการคลัง ซึ่งทางกระทรวงการคลัง ได้ตอบกลับมาว่า ข้อกฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้สามารถเพิ่มเงินในส่วนนี้ได้ เพราะฉะนั้น กลุ่มที่จะได้รับการเพิ่มเงินดังกล่าว คือ กลุ่ม 38 ค.(2) ซึ่งทำหน้าที่พัสดุเท่านั้น”ดร.ธนู กล่าว 

ดร.ธนู กล่าวต่อว่า ถือเป็นเงินเพิ่มรายเดือนพิเศษเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการที่ทำงานด้านพัสดุ และผ่านการอบรมในหลักสูตรที่กรมบัญชีกลางกำหนด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบ ส่วนลูกจ้างอื่น ๆ ที่มาทำหน้าที่พัสดุ และงานธุรการเพื่อลดภาระครูนั้น ขึ้นอยู่กับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่วนความคืบหน้าการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ที่เกินเกณฑ์ มาเปลี่ยนเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน และเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน กว่า 2,000 ตำแหน่งนั้น ก.ค.ศ.ได้เสนอให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)เพื่อทราบก่อนมีผลบังคับใช้ต่อไป 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

 

 

สรุปสาระสำคัญ

ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ระหว่างข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากับข้าราชการประเภทอื่น โดยเปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุหรือนักวิชาการพัสดุ และปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน

ผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มต้องผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด และต้องมีลักษณะงานและความรับผิดชอบสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่ง โดยเงินเพิ่มดังกล่าวจ่ายเพิ่มเติมจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ในอัตราเดือนละ 2,000–6,000 บาท

 

ก.ค.ศ. เห็นชอบร่างระเบียบดังกล่าวในการประชุมครั้งที่ 1/2569 และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใช้ โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุซึ่งมีความรับผิดชอบและความเสี่ยงสูงจากการบริหารงบประมาณของรัฐ

แนวข้อสอบ

ข้อสอบปรนัย (ระดับค่อนข้างยาก) จำนวน 5 ข้อ

ข้อ 1

สาระสำคัญเชิงนโยบายของการออกระเบียบ ก.ค.ศ. ฉบับนี้ คือข้อใด
ก. เพิ่มอัตราเงินเดือนให้บุคลากรด้านพัสดุทุกตำแหน่ง
ข. ปรับโครงสร้างตำแหน่งงานด้านพัสดุในสถานศึกษา
ค. ลดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ระหว่างข้าราชการแต่ละประเภท
ง. กระจายอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างให้สถานศึกษามากขึ้น

เฉลย: ค
เหตุผล: ระเบียบมุ่งให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับสิทธิเทียบเท่าข้าราชการพลเรือน มิใช่การปรับเงินเดือนหรือโครงสร้างตำแหน่ง

 

ข้อ 2

เงื่อนไขใด “จำเป็นที่สุด” ในการพิจารณาให้ได้รับเงินเพิ่มตามระเบียบนี้
ก. ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเท่านั้น
ข. ปฏิบัติงานด้านพัสดุและผ่านการอบรมตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด
ค. มีอายุราชการไม่น้อยกว่า 10 ปี
ง. ได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานระดับดีเด่น

เฉลย: ข
เหตุผล: ระเบียบเน้นคุณสมบัติด้านความรู้มาตรฐานวิชาชีพและลักษณะงาน มิได้กำหนดอายุราชการหรือผลประเมิน

 

ข้อ 3

เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบนี้ มีลักษณะอย่างไร
ก. เป็นเงินรายครั้งเมื่อปฏิบัติงานเสี่ยง
ข. รวมอยู่ในฐานเงินเดือนเพื่อคำนวณบำเหน็จบำนาญ
ค. เป็นเงินเพิ่มรายเดือน นอกเหนือจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
ง. จ่ายเฉพาะช่วงที่มีโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่

เฉลย: ค
เหตุผล: ระเบียบกำหนดชัดว่าเป็นเงินเพิ่มรายเดือนพิเศษ ไม่รวมฐานเงินเดือน

 

ข้อ 4

ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา การดำเนินการใดสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของระเบียบมากที่สุด
ก. มอบหมายงานพัสดุให้ครูทุกคนหมุนเวียน
ข. สนับสนุนให้ผู้รับผิดชอบงานพัสดุเข้ารับการอบรมตามเกณฑ์
ค. ลดภาระงานพัสดุเพื่อลดความเสี่ยง
ง. รวมงานพัสดุไว้ที่สำนักงานเขตพื้นที่เท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: การอบรมตามมาตรฐานเป็นเงื่อนไขสำคัญในการได้รับสิทธิเงินเพิ่ม

 

ข้อ 5

การกำหนดให้เงินเพิ่มมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา สะท้อนหลักการใด
ก. หลักความเสมอภาคย้อนหลัง
ข. หลักความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ
ค. หลักนิติธรรมและความชัดเจนทางกฎหมาย
ง. หลักการกระจายอำนาจทางการคลัง

 

เฉลย: ค
เหตุผล: การกำหนดวันมีผลบังคับใช้อย่างชัดเจนเป็นหลักพื้นฐานของกฎหมายและการบริหารราชการ

 

 

ข้อ 1

สาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้ “แตกต่าง” จากระเบียบเดิมมากที่สุดในประเด็นใด
ก. การเพิ่มอัตราเงินเดือนข้าราชการครู
ข. การกำหนดตำแหน่งพัสดุเป็นตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ
ค. การเปิดสิทธิเงินเพิ่มให้บุคลากรทางการศึกษาตาม ม.38 ค.(2)
ง. การลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างในสถานศึกษา

เฉลย: ค
เหตุผล: จุดเปลี่ยนคือการขยายสิทธิ ไม่ใช่การปรับโครงสร้างตำแหน่ง

 

ข้อ 2

เหตุผลเชิงนโยบายที่รัฐยอมจ่ายเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ สะท้อนแนวคิดใด
ก. งานพัสดุเป็นงานสนับสนุนทั่วไป
ข. งานพัสดุมีความเสี่ยงและใช้ดุลพินิจสูง
ค. งานพัสดุเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคน
ง. งานพัสดุเป็นงานที่ไม่ต้องรับผิดทางกฎหมาย

เฉลย: ข

 

ข้อ 3

เงื่อนไขใด “ขาดไม่ได้” หากผู้บริหารต้องการเสนอชื่อบุคลากรรับเงินเพิ่ม
ก. มีคำสั่งแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง
ข. ปฏิบัติงานด้านพัสดุอย่างต่อเนื่อง
ค. ผ่านการอบรมหลักสูตรตามกรมบัญชีกลาง
ง. มีผลงานดีเด่นด้านการเงิน

เฉลย: ค

 

ข้อ 4

การจ่ายเงินเพิ่มตามระเบียบนี้ มีผลกระทบต่อการบริหารโรงเรียนอย่างไร
ก. เพิ่มภาระงบประมาณเงินเดือน
ข. เพิ่มแรงจูงใจและความรับผิดชอบเชิงวิชาชีพ
ค. ทำให้ครูทุกคนต้องทำงานพัสดุ
ง. ลดบทบาทผู้บริหารด้านการเงิน

เฉลย: ข

 

ข้อ 5

เงินเพิ่มตำแหน่งพิเศษตามระเบียบนี้ จัดอยู่ในลักษณะใด
ก. เงินสมนาคุณ
ข. เงินค่าตอบแทนเป็นครั้งคราว
ค. เงินเพิ่มรายเดือนพิเศษ
ง. เงินรางวัลผลสัมฤทธิ์

เฉลย: ค

 

ข้อ 6

หากบุคลากรพัสดุ “ผ่านการอบรมแต่ไม่ได้ปฏิบัติงานจริง” ผลจะเป็นอย่างไร
ก. ได้รับเงินเพิ่มทันที
ข. ได้รับเงินเพิ่มบางส่วน
ค. ไม่เข้าเกณฑ์ตามระเบียบ
ง. ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ผอ.

เฉลย: ค

 

ข้อ 7

หลักการใดสนับสนุนการกำหนดให้เงินเพิ่มมีผลหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา
ก. หลักประสิทธิภาพ
ข. หลักความคุ้มค่า
ค. หลักนิติธรรม
ง. หลักธรรมาภิบาล

เฉลย: ค

 

ข้อ 8

การกำหนดอัตรา 2,000–6,000 บาท สะท้อนแนวคิดใด
ก. เท่ากันทุกตำแหน่ง
ข. ยืดหยุ่นตามระดับความรับผิดชอบ
ค. ตามอายุราชการ
ง. ตามขนาดสถานศึกษา

เฉลย: ข

 

ข้อ 9

หากผู้บริหารมอบหมายงานพัสดุให้ครูโดยไม่แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จะเกิดผลใด
ก. ครูยังมีสิทธิเงินเพิ่ม
ข. ขัดเจตนารมณ์ระเบียบ
ค. ถูกต้องตามกฎหมาย
ง. ไม่มีผลทางกฎหมาย

เฉลย: ข

 

ข้อ 10

บทบาทของ ก.ค.ศ. ในระเบียบนี้คือข้อใด
ก. ผู้จ่ายเงินเพิ่ม
ข. ผู้กำหนดหลักเกณฑ์และเสนอ ครม.
ค. ผู้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง
ง. ผู้อนุมัติงบประมาณรายโรงเรียน

เฉลย: ข