
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนปลาย (ชั้น ป.4–6) พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นช่วงต่อยอดจากการวางรากฐานในระดับ ป.1–3 สู่การประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการดำเนินชีวิต โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้ทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณในการเรียนรู้และจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างพื้นฐานความเป็นพลเมืองที่รู้เท่าทันในทุกมิติ โดยหลักสูตรฯ ระดับ ป.4–6 มุ่งพัฒนาสมรรถนะสำคัญ 7 ด้าน ครอบคลุมภาษาและการสื่อสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี สังคมและความเป็นพลเมือง เศรษฐกิจและการเงิน สุขภาพกายและสุขภาวะจิต รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรม ควบคู่คุณลักษณะอันพึงประสงค์ อาทิ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง และมีจิตสาธารณะ
สำหรับการนำหลักสูตรไปใช้ในปีการศึกษา 2569 จะเริ่มในโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจ ได้แก่ โรงเรียนกลุ่มวิจัย 231 แห่ง โรงเรียนกลุ่มเครือข่ายเดิม 4,152 แห่ง และโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายใหม่ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือการยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษา ผ่านการบูรณาการการประกันคุณภาพ มาตรฐานสากล และหลักสูตรสถานศึกษา โดยเฉพาะหลักสูตรเพื่อเตรียมสู่อาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนค้นหาความสนใจ ความถนัด และวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 จะมีการจัดสรรงบประมาณ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนิเทศติดตาม และการสรุปผลเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง
ที่มา ; มติชนออนไลน์
นโยบายการขับเคลื่อน หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4–6) พ.ศ. 2568 ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งต่อยอดการเรียนรู้จากช่วง ป.1–3 ซึ่งเน้นวางรากฐานสู่การ ประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง โดยเน้นพัฒนาทักษะสำคัญ ได้แก่ การอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตรใหม่นี้มุ่งพัฒนาผู้เรียนตาม สมรรถนะสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ ภาษาและการสื่อสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี สังคมและความเป็นพลเมือง เศรษฐกิจและการเงิน สุขภาพกายและสุขภาวะจิต รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรม ควบคู่กับการปลูกฝัง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น ความซื่อสัตย์ มีวินัย จิตสาธารณะ และการดำรงชีวิตตามหลักพอเพียง
การนำหลักสูตรไปใช้จะเริ่มในปีการศึกษา 2569 โดยใช้แนวทาง สมัครใจและความพร้อมของโรงเรียน ผ่านโรงเรียนกลุ่มวิจัยและเครือข่าย เพื่อทดลอง ปรับปรุง และขยายผล
นอกจากนี้ ยังมีการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับมัธยมศึกษา โดยบูรณาการการประกันคุณภาพ มาตรฐานสากล และหลักสูตรสถานศึกษา โดยเฉพาะหลักสูตรเตรียมสู่อาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบความสนใจและวางแผนเส้นทางอาชีพได้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ทั้งนี้ การดำเนินงานจะอาศัยความร่วมมือระหว่างเขตพื้นที่การศึกษา เครือข่ายโรงเรียน การสนับสนุนงบประมาณ การนิเทศติดตาม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการศึกษาต่อเนื่องอย่างยั่งยืน
ข้อ 1
เป้าหมายสำคัญของหลักสูตร ป.4–6 พ.ศ.2568 คือข้อใด
ก. เน้นการท่องจำเนื้อหาเชิงวิชาการ
ข. พัฒนาความรู้เพื่อสอบแข่งขันระดับประเทศ
ค. พัฒนาการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง
ง. เพิ่มจำนวนรายวิชาเฉพาะทาง
เฉลย: ค
เหตุผล: หลักสูตรมุ่งใช้ความรู้ในการดำเนินชีวิตจริง ไม่ใช่เน้นท่องจำ
ทักษะพื้นฐานที่ถูกเน้นเพื่อการเรียนรู้ในชีวิตประจำวันคือข้อใด
ก. อ่าน เขียน คิดคำนวณ
ข. วิเคราะห์ วิจัย สังเคราะห์
ค. จำแนก สรุป ท่องจำ
ง. คิดสร้างสรรค์ สื่อสาร ดิจิทัล
เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นทักษะพื้นฐานของการรู้หนังสือและคำนวณ
ข้อ 3
สมรรถนะด้านใดช่วยให้ผู้เรียนจัดการข้อมูลและสื่อสารความคิดได้ดี
ก. ภาษาและการสื่อสาร
ข. ศิลปะและวัฒนธรรม
ค. สุขภาวะจิต
ง. เศรษฐกิจและการเงิน
เฉลย: ก
เหตุผล: สมรรถนะด้านภาษาเน้นการสื่อสารและการใช้ข้อมูล
ข้อ 4
การปลูกฝังคุณลักษณะ “อยู่อย่างพอเพียง” มีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ผู้เรียน
ข. สร้างทักษะการบริโภคอย่างมีเหตุผล
ค. ส่งเสริมการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
ง. เน้นการประหยัดงบประมาณโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เชื่อมโยงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
การเริ่มใช้หลักสูตรในปี 2569 ใช้หลักการใดเป็นสำคัญ
ก. บังคับใช้ทุกโรงเรียนพร้อมกัน
ข. ทดลองใช้เฉพาะโรงเรียนเอกชน
ค. ใช้ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจ
ง. ใช้เฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
เฉลย: ค
การพัฒนาสมรรถนะด้านเศรษฐกิจและการเงินช่วยผู้เรียนเรื่องใดมากที่สุด
ก. การลงทุนระยะยาว
ข. การจัดการเงินในชีวิตประจำวัน
ค. การวิเคราะห์ตลาดหุ้น
ง. การประกอบธุรกิจขนาดใหญ่
เฉลย: ข
หากครูต้องการพัฒนาความเป็นพลเมืองในนักเรียน ควรจัดกิจกรรมใด
ก. แข่งขันวิชาการ
ข. ทำโครงงานชุมชน
ค. ฝึกท่องจำกฎหมาย
ง. ฝึกทำข้อสอบ
เฉลย: ข
สมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีเน้นทักษะใด
ก. ใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ
ข. พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ค. สร้างเครื่องจักร
ง. ศึกษาวิศวกรรม
เฉลย: ก
การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรใหม่น่าจะเน้นวิธีใด
ก. การบรรยาย
ข. การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง
ค. การท่องจำ
ง. การสอนแบบสรุปเนื้อหา
เฉลย: ข
คุณลักษณะ “จิตสาธารณะ” หมายถึงข้อใด
ก. การช่วยเหลือสังคม
ข. การทำงานส่วนตัว
ค. การแข่งขันสูง
ง. การแสวงหากำไร
เฉลย: ก
การบูรณาการหลักสูตรมัธยมกับการเตรียมสู่อาชีพมีเป้าหมายหลักคือ
ก. ลดเวลาการเรียน
ข. เตรียมผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ค. ลดรายวิชาพื้นฐาน
ง. เพิ่มการสอบแข่งขัน
เฉลย: ข
บทบาทสำคัญของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด
ก. สอนแทนครู
ข. สนับสนุนและกำกับการดำเนินงาน
ค. จัดสอบระดับชาติ
ง. จัดทำตำราเรียน
เฉลย: ข
หากโรงเรียนต้องการพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียน ควรใช้วิธีใด
ก. การตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์
ข. การท่องจำ
ค. การสรุปบทเรียน
ง. การอ่านตามครู
เฉลย: ก
การนิเทศติดตามมีวัตถุประสงค์สำคัญคือข้อใด
ก. ตรวจสอบงบประมาณ
ข. พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
ค. ควบคุมวินัยครู
ง. ประเมินผลผู้เรียน
เฉลย: ข
การให้ผู้เรียนทำโครงงานเศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องกับสมรรถนะด้านใด
ก. เศรษฐกิจและการเงิน
ข. ศิลปะ
ค. ภาษา
ง. สุขภาพ
เฉลย: ก
การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริงจะเกิดผลดีที่สุดเมื่อ
ก. ใช้ตัวอย่างจากบริบทชุมชน
ข. เน้นตำราเรียน
ค. เน้นทฤษฎี
ง. ใช้ข้อสอบ
เฉลย: ก
การพัฒนาทักษะอ่านเขียนที่ดีจะส่งผลโดยตรงต่อ
ก. การวิเคราะห์ข้อมูล
ข. การเล่นกีฬา
ค. การวาดภาพ
ง. การร้องเพลง
เฉลย: ก
แนวคิดสำคัญของหลักสูตรใหม่คือ
ก. Competency-based learning
ข. Memorization learning
ค. Lecture-based learning
ง. Exam-based learning
เฉลย: ก
การจัดสรรงบประมาณในการขับเคลื่อนหลักสูตรมีวัตถุประสงค์เพื่อ
ก. สนับสนุนการดำเนินงาน
ข. เพิ่มเงินเดือนครู
ค. ลดค่าใช้จ่ายโรงเรียน
ง. สร้างอาคารใหม่
เฉลย: ก
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนช่วยให้เกิดสิ่งใด
ก. การแข่งขัน
ข. การพัฒนานวัตกรรมการสอน
ค. การสอบ
ง. การลดหลักสูตร
เฉลย: ข
หากครูต้องการพัฒนาสุขภาวะจิตของผู้เรียน ควรทำอย่างไร
ก. จัดกิจกรรมแนะแนว
ข. เพิ่มการบ้าน
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ลดกิจกรรม
เฉลย: ก
การเตรียมเส้นทางอาชีพของผู้เรียนควรเริ่มจาก
ก. การค้นหาความสนใจของตนเอง
ข. การสอบแข่งขัน
ค. การเลือกอาชีพยอดนิยม
ง. การเลือกตามเพื่อน
เฉลย: ก
การบูรณาการหลักสูตรสถานศึกษาควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
ก. ความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
ข. งบประมาณ
ค. เวลาเรียน
ง. หนังสือเรียน
เฉลย: ก
การเรียนรู้แบบสมรรถนะเน้นผลลัพธ์ใด
ก. ความสามารถในการนำไปใช้
ข. การจำเนื้อหา
ค. การทำข้อสอบ
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ก
กิจกรรมใดส่งเสริมสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม
ก. โครงงานรีไซเคิล
ข. การท่องสูตรคูณ
ค. การสอบ
ง. การอ่านตำรา
เฉลย: ก
การพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องต้องอาศัยสิ่งใด
ก. การสรุปผลและปรับปรุง
ข. การใช้หลักสูตรเดิม
ค. การลดเนื้อหา
ง. การสอบเพิ่ม
เฉลย: ก
บทบาทของเครือข่ายโรงเรียนคือ
ก. สนับสนุนและแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
ข. แข่งขันกัน
ค. แยกการทำงาน
ง. ลดการประสานงาน
เฉลย: ก
การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่รู้เท่าทัน หมายถึง
ก. เข้าใจสังคมและตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ
ข. ท่องจำกฎหมาย
ค. เรียนการเมือง
ง. สอบแข่งขัน
เฉลย: ก
แนวคิดสำคัญของการศึกษาสมัยใหม่ตามข่าวคือ
ก. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข. การเรียนเพื่อสอบ
ค. การเรียนเพื่อแข่งขัน
ง. การเรียนตามตำรา
เฉลย: ก
หากโรงเรียนต้องการประสบความสำเร็จในการใช้หลักสูตรใหม่ ควรเริ่มจาก
ก. การพัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้
ข. เพิ่มการสอบ
ค. ลดกิจกรรม
ง. เพิ่มตำรา
เฉลย: ก