ค้นหา

ร้องเกณฑ์สอบ รอง ผอ.อาชีวะลักลั่น มีข้อพิรุธหลายประเด็น

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย (ค.ร.อ.ท) เปิดเผยว่า ค.ร.อ.ท.ตามที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้มีประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัย และ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัด ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี) นั้น โดยการเปิดรับสมัครในครั้งนี้มีตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศว่างอยู่แล้วเป็นจำนวนมากถึง 50 ตำแหน่ง และรอง ผอ. 258 ตำแหน่ง ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงวันที 20 ธันวาคม 2564 และประกาศฯ คัดเลือก ผอ.วิทยาลัย ลงวันที่ 6 ม.ค. 2565 

ประธาน ค.ร.อ.ท. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตำแหน่ง ผอ.นั้น จะมีการรับสมัคร ใน วันที่ 1-10 ก.พ. 2565 นี้ ณ อาชีวศึกษาจังหวัดแต่ละแห่ง และจะมีการประกาศผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 28 ก.พ.2565 เครือข่าย ค.ร.อ.ท.ในฐานะองค์กรภาคประชาชนที่ติดตามดูการบริหารงานด้านอาชีวศึกษา เพื่อให้เกิดความถูกต้องโปร่งใสเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ได้รับข้อมูลและคอยติดตามเรื่องมาอย่างใกล้ชิดเห็นว่าตามประกาศรับสมัคร ผอ.วิทยาลัย มีข้อพิรุธหลายประเด็น โดยเฉพาะในข้อ 5 ของประกาศฯ นั้นมีการกำหนดวิธีการคัดเลือกตามที่วิธีการที่สอศ.ประกาศกำหนดนั้น ได้แบ่งออกเป็น 3 ภาค ดังนี้ คือ

          ภาค ก วัดความรู้ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน

          ภาค ข ความเหมาะสมในการปฎิบัติงานในหน้าที่ คะแนนเต็ม 60 คะแนน  

          ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์) คะแนนเต็ม 30 คะแนน 

โดยมีการกำหนดเกณฑ์ การตัดสินโดยการรวมคะแนนภาค ก ภาค ข ภาค ค รวมไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน ซึ่งถือเป็นการใช้เกณฑ์ ที่อาจจะทำให้มีการดำเนินการที่ผิดหลักการในการคัดเลือกทั่วไป แม้แต่การรับสมัครสอบคัดเลือก รองผู้อำนวยการ ที่สอศ.ดำเนินการรับสมัครในขณะนี้ ได้กำหนดการสอบเป็นภาค ก ภาค ข และภาค ค โดยมีเกณฑ์ตัดสินต้องผ่านภาค ก ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์รับการประเมินภาค ข และ ค แต่เพราะเหตุใดการสอบคัดเลือก ผอ.วิทยาลัย จึงไม่ใช้หลักเกณฑ์ เดียวกันทั้งที่เป็นการสอบคัดเลือกตำแหน่งผู้บริหารเหมือนกัน 

ค.ร.อ.ท. ตั้งข้อสังเกต ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงตั้งเกณฑ์การวัดความรู้ ภาค ก เป็นความรู้ความสามารถในการบริหารงานโดยแท้แต่สอศ. กลับไม่ให้ความสำคัญให้คะแนน 10 คะแนน แต่กลับไปให้ความสำคัญในการสอบภาค ค โดยการสัมภาษณ์ สูงถึง 30 คะแนน ทั้งที่ใช้วิธีการวัดแค่ 5-10 นาที แน่ใจได้อย่างไรว่าผู้เข้าสอบจะได้รับความเป็นธรรม ในส่วนของการจัดสอบ ผอ.วิทยาลัย นั้นต้องการให้ สอศ.มีการกำหนดมาตรฐานและเกณฑ์การประเมินในแต่ละภาค ทั้งภาค ก ภาค ข และภาค ค คะแนนแต่ละภาคจะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 เหมือนกับกรณีการคัดเลือกตำแหน่งรองผู้อํานวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งได้มีการประกาศรับสมัครอยู่ในขณะนี้นั้น เพื่อแสดงให้เป็นว่ากระบวนการสอบคัดเลือกมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมีหลักธรรมาภิบาลตรวจสอบได้ ตามที่ สอศ. และที่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาคนนี้อยากให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมาภิบาลจริงๆทุกขั้นตอน ก็ควรรับฟังเสียงสะท้อนและปรับปรุง กล้าที่จะประกาศ คะแนนผู้ที่เข้าสอบในแต่ละภาคให้ชัดเจน เพื่อความโปร่งใสเป็นธรรมป้องกัน การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาทั้งรอง ผอ. และ ผอ.เหมือนกัน จะได้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน” นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าว 

คลิก ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สอศ. 

ที่มา ; เดลินิวส์ 12 มกราคม 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ จี้สอศ.ดำเนินการวินัย-อาญา แก๊งตกเบ็ดช่วยนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสถานศึกษา

 

เรื่องนี้ผมเอาจริง อยากจะตัดวงจรกลุ่มคนเหล่านี้ เพราะไม่อยากให้ใครเอาชื่อเสียงของอาชีวะมาใช้ในลักษณะนี้  สอศ.จะไม่ให้มีกระบวนการตกเบ็ดเข้ามาแทรกการสรรหาผู้อำนวยการเด็ดขาด ขณะนี้มีหลักฐาน และข้อมูลที่มี ทำให้มั่นใจว่ามีกระบวนนี้อยู่จริงๆ และสามารถเอาผิดได้แน่นอน เพราะมีทั้งพยานหลักฐาน พยานบุคคลที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ เบื้องต้นพบว่ามีบุคคลทั้งในราชการ และนอกราชการเข้าร่วมขบวนการหลายคน โดยบุคคลเหล่านี้เป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด ขณะนี้ สอศ.อยู่ระหว่างหาข้อเท็จจริงเพื่อเอาพยานหลักฐานให้ตำรวจเพิ่มเติม ส่วนจะเป็นข้าราชการระดับไหนนั้น ผมขอไม่ให้รายละเอียด แต่เป็นข้าราชการในสังกัด สอศ.ในส่วนภูมิภาค  หากพบว่ามีข้าราชการทำผิดต้องได้รับโทษทางวินัย โดยทางคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงจะเป็นผู้สรุปว่าควรดำเนินการทางวินัยอย่างไร คาดว่าจะสรุปข้อมูลให้เสร็จภายใน 15 วัน”นายสุเทพ กล่าว 

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า ตนรายงานเรื่องดังกล่าวให้น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทราบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ขอบคุณสอศ.ที่เร่งดำเนินการ เรื่องดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากให้มีเหลือบเข้ามาอยู่ใน ศธ. และเน้นย้ำให้สอศ.ดำเนินการเรื่องนี้ในทางวินัยและอาญาโดยเร็วที่สุด เพราะมีการเอาชื่อผู้ใหญ่ระดับนโยบายไปแอบอ้าง 

ความเห็นของผู้ชม