ค้นหา

สร้างสมรรถนะผู้เรียนด้วยห้องเรียน Active Learning

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ประชุมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งการจัดการเรียนรู้เชิงรุกดังกล่าวนั้น ครูผู้สอนต้องร่วมพูดคุยกันเพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่จำเป็นต้องปลูกฝังให้กับนักเรียน ทั้งการปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกที่สอดคล้องกันกับทักษะ คุณลักษณะของนักเรียนที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 

สำหรับ Active Learning เป็นกระบวนการที่ทำให้นักเรียนได้คิด ลงมือปฏิบัติ และสื่อสารว่าเข้าใจถูกต้องตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ในคาบนั้น ฝากครูทำบันทึกหลังสอน เน้นการวิเคราะห์เด็ก เพื่อเติมเต็มให้นักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อนในคาบนั้น พร้อมทำ PLC แก้ไขปัญหาการเรียนรู้กับนักเรียนร่วมกับครูคนอื่น แล้วรายงานผลการดำเนินการอย่างง่ายด้วย Abstract 1 หน้า โดยหนุนเสริมความเข้มแข็งจากศึกษานิเทศก์เข้ามาช่วยเติมเต็ม พร้อมกันนั้นต้องสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน เช่น มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง แหล่งเรียนรู้ใกล้โรงเรียน หรือปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน เพิ่มเติมนำแหล่งเรียนรู้หรือคุณค่าในอดีตมาเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญามาใช้เติมคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ สู่สมรรถนะเด็กไทยในเวทีโลก 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning อย่างสร้างสรรค์แล้ว การอดทนในการรอคอยคำตอบของนักเรียน จะส่งผลต่อการสร้างโอกาสให้ได้คิด ได้เข้าถึงการสื่อสารโดยเข้าไปในโลกของนักเรียน นำไปสู่การทำให้ครูเป็นไอดอล เข้าถึงได้ เป็นที่ชื่นชอบ และเป็นที่ไว้วางใจของเด็ก จนสามารถพูดคุยกับนักเรียนได้ทุกเรื่อง เหล่านี้จะเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ดึงศักยภาพของนักเรียนออกมาได้อย่างเต็มที่ 

ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย ทั้งครูผู้สอน ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในการพัฒนาสมรรถนะของนักเรียนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ เปล่งประกายด้วยตัวเองจากท้องถิ่นไปสู่เวทีระดับโลก อย่างไรก็ตามการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยไม่เพียงเรียนรู้หลักการแนวทางที่เป็นทฤษฎีอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเน้นการขับเคลื่อนตามนโยบายลงสู่การปฏิบัติด้วยการลงมือทำจริง ให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมกันออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการศึกษาด้วยตัวเอง นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้เตรียมทีมเพื่อติดตามช่วยครู (Follow up) ทั้งทีมจากเขตพื้นที่ฯ และทีมจากส่วนกลาง เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกันลงสู่สมรรถนะผู้เรียนตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และนายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญมาโดยตลอด 

สพฐ.เดินหน้าสร้างสมรรถนะผู้เรียนด้วยห้องเรียน Active Learning ผนึก ONE TEAM ปฏิบัติได้จริง 

ที่มา ; เดลินิวส์ 22 พฤษภาคม 2565

ข่าวเดียวกัน

สพฐ. ลุยพัฒนาสมรรถนะนักเรียนด้วย Active Learning 

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานพร้อมทั้งบรรยายในการประชุมเชิงปฏิบัติการวันที่สอง เรื่อง "การจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21" ณ โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี 

ตามที่ได้รับมอบหมายจาก ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ในการส่งทีมงานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ONE TEAM ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสำนักต่างๆ ใน สพฐ. ประกอบด้วย สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สำนักทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) สํานักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (สบน.) และหน่วยศึกษานิเทศก์ (ศนฐ.) ไปร่วมกันบรรยายและจัดกิจกรรมให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจเรื่อง "การจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21" ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการวันที่สองนี้ เป็นกิจกรรมการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเวิร์คช็อปทั้งครูแกนนำ ศน. ผู้บริหารสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2560) โดยทีมงาน สวก., สทศ., สบน.และ ศนฐ.ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม 

 

โดยแบ่งผู้เข้าร่วมประชุมออกเป็น 4 กลุ่ม และมีรูปแบบกิจกรรม ดังนี้

กลุ่ม 1 ผอ.โรงเรียน ออกแบบระบบนิเวศที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้กลุ่ม 2 รอง ผอ.ร.ร./หัวหน้าฝ่ายวิชาการ ออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาลงสู่หน่วยการเรียนรู้ในการปฏิบัติกลุ่ม 3 ครูผู้สอน ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ในหน่วยบูรณาการเพื่อนำไปสู่สมรรถนะ และการวัดและประเมินผล รวมถึงนำผลมาพัฒนาผู้เรียน และกลุ่ม 4 ศึกษานิเทศก์ ออกแบบแผนการนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้ Active Learning ทั้งระบบโรงเรียน 

สำหรับในการประชุมเชิงปฏิบัติการวันแรก (วันที่ 21 พฤษภาคม 2565) ดร.เกศทิพย์ รองเลขาธิการ กพฐ. ได้บรรยายพิเศษตอนหนึ่งว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ครูผู้สอนต้องร่วมพูดคุยกันเพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่จำเป็นจะต้องปลูกฝังให้กับนักเรียน ทั้งการปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกที่สอดคล้องกับทักษะและคุณลักษณะของนักเรียนที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และมีตัวชี้วัดคุณภาพผู้เรียนตามนโยบายของ ดร.อัมพร เลขาธิการ กพฐ. ที่เปรียบเสมือนเครื่องมือติดตัวที่จะเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในอนาคต 

Active Learning เป็นกระบวนการที่ทำให้นักเรียนได้คิด ลงมือปฏิบัติ และสื่อสารว่าเข้าใจถูกต้องตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ในคาบเรียนรายวิชานั้นๆ จึงฝากคุณครูทำบันทึกหลังการสอน เน้นการวิเคราะห์เด็ก เพื่อเติมเต็มให้นักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อน พร้อมทำชุมชน PLC ร่วมแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนกับคุณครูท่านอื่น แล้วรายงานผลการดำเนินการอย่างง่ายด้วย Abstract 1 หน้า พร้อมทั้งหนุนเสริมความเข้มแข็งจากศึกษานิเทศก์เข้ามาช่วยเติมเต็ม 

 

"พร้อมกันนั้น ต้องสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน เช่น มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง แหล่งเรียนรู้ใกล้โรงเรียน ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน เพื่อสร้างโอกาสให้นักเรียนต่อยอดความรู้และทักษะ รวมทั้งคุณครูต้องอดทนในการรอคำตอบของนักเรียน เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กได้คิด และเข้าถึงโลกการสื่อสารของนักเรียน เพื่อเป็นที่ไว้วางใจของเด็ก จนสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งจะเป็นประตูช่วยดึงศักยภาพของนักเรียนออกมาได้อย่างเต็มที่" รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว 

ดร.เกศทิพย์ รองเลขาธิการ กพฐ.ยังได้สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งสองวันว่า ประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะไม่เพียงครู ศน. ผู้บริหารโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาจะได้เรียนรู้หลักการและแนวทาง ยังได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายลงสู่การปฏิบัติด้วยการลงมือทำจริง 

"โดยได้ร่วมกันออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการศึกษาด้วยตัวเอง ในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2560) ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21" 

ทั้งนี้ สิ่งที่ สพฐ.จะดำเนินการต่อไป เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนสู่สมรรถนะผู้เรียนโดยมีทีมเขตพื้นที่การศึกษาช่วยเป็นพี่เลี้ยงร่วมทำกับโรงเรียน โดยกำหนดแผนงานคือ 

          ระยะที่ พฤษภาคม-มิถุนายน 2565 ให้ 

                     1. โรงเรียนจัดทำและส่งแผนการขับเคลื่อนระดับโรงเรียน ภายใน 31 พฤษภาคม 2565, ครูแกนนำจัดทำและส่งตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้ Active learning แบบบูรณาการของครูแกนนำ ภายใน 15 มิถุนายน 2565 และ 

                     2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ส่งแผนการนิเทศ ภายใน 15 มิถุนายน 2565 

ระยะที่ 2 เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2565 กำหนดแผนให้ 

          1. โรงเรียน โดยครูเครือข่ายส่งหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ Active learning แบบบูรณาการ พร้อมทั้งนำไปจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน

          2. ให้ สพท.ติดตามการจัดการเรียนรู้ Active learning แบบบูรณาการ อย่างน้อย 2 ครั้ง (on-site 1 ครั้ง และ online 1 ครั้ง) และ 

          3. สพฐ.ติดตามผลผ่านระบบ online 

ระยะที่ เดือนกันยายน-ตุลาคม 2565 กำหนดแผนให้ 

          1. สพท.ติดตามผลการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนจัดการนำเสนอผลงานนักเรียน ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศของครู และการบริหารจัดการของสถานศึกษา แบบ on-site และ 

2. สพฐ.ติดตามผลการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน 

นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้เตรียมทีมเพื่อติดตามช่วยครู (Follow up) ทั้งทีมจาก สพท.และทีมจาก สพฐ.ส่วนกลาง เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ลงสู่สมรรถนะผู้เรียน ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ตามที่ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญมาโดยตลอด 

"อัมพร" สั่ง ONE TEAM สพฐ.ลุยพัฒนาสมรรถนะนักเรียน ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ตามหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551 (ปรับปรุง 2560) ตั้งทีม Follow up สพท.-ส่วนกลาง ช่วยครูสร้างความเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน วางเป้าหมาย ระยะ ติดตามผลเดือน ก.ย.-ต.ค.65 

ที่มา ; EDUNEWSSIAM

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น