ค้นหา

พัฒนาเด็กไทย 4 H เตรียมพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21

 สถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้ มีอัตราเกิดหรือจำนวนเด็กแรกเกิดของประเทศไทยที่ลดลงนั้น เริ่มต้นและลดลงเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ช่วงที่มีประชากรเกิดมากกว่า 1 ล้านคนในแต่ละปี ราวปี พ.ศ. 2506-2526 ซึ่งเราเรียกการเกิดเกิน 1 ล้านคนต่อปี ในช่วงนั้นว่า ยุค Baby Boom จากนั้นก็เริ่มลดลงจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปีแรกที่มีจำนวนเด็กแรกเกิดต่ำกว่าจำนวนคนที่ตายไป

อีกทั้ง จากสถานการณ์ภาวะสุขภาพ เด็กวัยเรียน วัยรุ่น ในประเทศไทย พบว่า เด็กอายุ 6-14 ปี มีภาวะสูงดี สมส่วน ร้อยละ 55.5 เริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 13 เตี้ย ร้อยละ 12.9 ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 12 ปี ชาย 147.1 เซนติเมตร หญิง 148.3 เซนติเมตร   

ส่วนสูงเฉลี่ยอายุ 19 ปี เพศชาย 170.9 เซนติเมตร เพศหญิง 158.1 เซนติเมตร ซึ่งยังไม่เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่กำหนดให้ในปี 2570 เด็กอายุ 6 – 14 ปี มีภาวะสูงดีสมส่วน ร้อยละ 65 เริ่มอ้วนและอ้วน ไม่เกินร้อยละ 10  เตี้ย ไม่เกินร้อยละ 5 และผอม ไม่เกินร้อยละ 5 ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 12 ปี เด็กชาย 152 เซนติเมตรเด็กหญิง 153 เซนติเมตร และอายุ 19 ปี ชาย 175 เซนติเมตร หญิง 165 เซนติเมตร 

นอกจากนี้ จากการสำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์เด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปี 2564 พบว่า เด็กมีระดับสติปัญญา (IQ) เฉลี่ย 102.8 เพิ่มขึ้น 4.5 จุด และในส่วนของความฉลาดทางอารมณ์ พบว่า มีความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในเกณฑ์ปกติขึ้นไป ร้อยละ 83.4 และควรพัฒนา ร้อยละ 16.6 

12 กระทรวง พัฒนา 4H เด็กศตวรรษที่21

ด้วยปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต

โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน วัยรุ่น มุ่งปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย จิตอาสา พัฒนาทักษะการเรียนรู้สอดรับในศตวรรษที่ 21 ให้เด็กยุคใหม่ รู้จักคิด วิเคราะห์ เรียนรู้ แก้ปัญหา ปรับตัว รอบรู้เท่าทัน ทำงานกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลตลอดชีวิต 

วันนี้ (9 มิ.ย.2565 )ที่ทำเนียบรัฐบาล 12 กระทรวง ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงยกระดับความร่วมมือ การพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 พ.ศ 2565 – 2570 “เด็กไทยในศตวรรษที่ 21 เก่ง ดี มีทักษะ แข็งแรง” 

โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  พร้อมแถลงหลังพิธีลงนามว่า วันนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของทั้ง 12 กระทรวง เพื่อให้เด็กไทยมีการเจริญเติบโตในระยะต่อให้ไปดีที่สุด ภายใต้นโยบาย 4H  คือ เก่ง/ฉลาด (Head) ดี (Heart) มีทักษะ (Hand) แข็งแรง (Health) ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมเด็กในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องมีทั้งร่างกาย จิตใจ ความรู้ และสุขภาพ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่าขณะนี้สถานการณ์ในประเทศไทย จากสถิติ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่าเด็กเกิดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ต้องมีการดำเนินการเพื่อจะทำอย่างไรให้เด็กมีคุณภาพ แข็งแรง  มีการเรียนรู้ที่ดี และที่สำคัญต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี ต้องมีร่างกายแข็งแรง จิตใจที่เข้มแข็ง มีภูมิต้านทานในโลกยุคใหม่ที่มีปัญหามากมาย เป็นความท้าทายของทุกคนในชาติต้องช่วยแก้ปัญหา 

"วันนี้เป็นอีกวันที่นายกฯ มีความพึงพอใจ และดีใจ ที่เห็นทุกกระทรวงมาทำงานร่วมกันในการพัฒนาเด็กไทย เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาตลอด ก็ถือว่าทุกคนให้คำมั่นสัญญาพวกเราจะทำให้ดีที่สุด ในขณะที่เรายังต้องทำงานตรงนี้อยู่ก็ยืนยัน นี่คืออนาคตของเรา ของชาติ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

แก้ปัญหาความยากจน ต้องแก้ปัญหาการเข้าถึงการศึกษา

อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นโลกแห่งความท้าทายที่ไม่แน่นอน ดังนั้นทำอย่างไรให้เกิดความเข้มแข็ง และระบบราชการเกิดความเข้มแข็ง จะทำงานให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริงอย่างไร วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นของ 12 กระทรวง ซึ่งมีหน่วยงานภายใต้สังกัดอีกเป็นร้อยที่จะทำงานร้อยเรียงกันออกมาเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาความยากจนที่เราประกาศไปแล้ว ทุกกระทรวงก็ต้องทำเช่นเดียวกัน 

หนึ่งในการแก้ปัญหาความยากจน คือการเข้าถึงระบบการศึกษา ความแข็งแรงด้านสุขภาพตามที่รัฐบาลให้นโยบายไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลตั้งใจขับเคลื่อนแนวทางพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนพร้อมกับการพัฒนาด้านอื่นๆโดยคนจะเป็นตัวสำคัญในวงโซ่ หากเราพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามกรอบกติกาใหม่ๆ แต่ถ้าคนเรายังเข้าไม่ถึงไม่เข้าใจ ไม่มีภูมิคุ้มกันก็จะไปลำบาก ดังนั้นเราจะต้องขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

โดยคนเป็นหลักสำคัญในการแก้ไขพัฒนาถือเป็นสิ่งจำเป็นจึงต้องบูรณาการระหว่างกระทรวงอย่างเป็นระบบ เพื่อขับเคลื่อนองค์คาพยพให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ส่งเสริมการพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้มีความพร้อมรอบด้าน และปรับตัวอย่างให้สมดุลและสามารถดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ กลไกความร่วมมือที่สำคัญ คือ ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 อย่างมีคุณภาพ ด้วยหลัก 4 H ได้แก่

·      (Head) ฉลาด เก่ง มีความรู้ความสามารถ

·      (Heart) ดี เป็นคนดี มีวินัย มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสำนึกที่ดีต่อตนเองและส่วนรวม

·      (Hand)  มีทักษะด้านอาชีพ ใช้ความสามารถตนเอง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

·      (Health) แข็งแรง รอบรู้ พฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สุขภาพดี

ภายใต้การ มีส่วนร่วมของครอบครัว (Home) และชุมชน ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย เป็นแกนหลัก ร่วมกับ 11 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน และกระทรวงยุติธรรม  

ศธ.พร้อมพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต เด็กปฐมวัยถึงผู้สูงอายุ

ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่าศธ. ได้ดำเนินการสร้างเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 อยู่แล้ว โดยเฉพาะการจัดเรียนการสอนผ่าน Active Learning ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ แต่สิ่งสำคัญที่สุดหากจะพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 ได้นั้นจะต้องเกิดจากการพัฒนาครู ซึ่งขณะนี้ศธ.กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาครูทั้งระบบ เพื่อนำไปสู่การปฎิรูปการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน โดยสั่งการในประเด็นดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้เร่งขับเคลื่อนตามความร่วมมือดังกล่าวอย่างเข้มข้นมากขึ้น และต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย   

นอกจากนั้น เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงศึกษาธิการได้มีการลงนามความร่วมมือกับหลายกระทรวง ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมถึงการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่เด็กปฐมวัย ไปจนถึงผู้สูงอายุ

อย่าง การลงนามในบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง : การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัย และผู้สูงอายุ) พ.ศ.2565 – 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีเจตจำนงร่วมกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต

อาทิ ในกลุ่มของเด็กปฐมวัย ส่งเสริมและสนับสนุนภาวะการเจริญเติบโตและสุขภาวะที่ดีของเด็ก เพื่อให้เด็กมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์มีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมตามช่วงวัย หรือ ทำให้เด็กปฐมวัยมีครบ 5H คือ Heart จิตใจดี มีวินัย , Head เก่งคิด วิเคราะห์เป็น , Hand ใฝ่เรียนรู้ มีทักษะ , Healthสุขอนามัยดี สุขภาพแข็งแรง และ Hi-tech ทันสมัย ก้าวหน้า รู้เท่าทันเทคโนโลยี 

สธ.ตั้งเป้าเติมความรู้และทักษะเด็กในศตวรรษที่ 21

นอกจากนั้น จะมีการสนับสนุนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็ก ให้มีสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตและการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างบูรณาการกัน และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์  เป็นต้น 

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้มีการดำเนินการในข้อบันทึกความร่วมมือดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนตามทิศทางให้บรรลุเป้าหมายมุ่งให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 ครบถ้วน รู้จักคิด วิเคราะห์ รักการเรียนรู้ มีสำนึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลตลอดชีวิตดีขึ้น ส่วนของกระทรวงแรงงาน จะทำหน้าที่พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้แก่กำลังแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมทักษะอาชีพให้แก่กำลังแรงงานเยาวชนก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความต้องการของตลาดแรงงาน มีอาชีพ มีรายได้ สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 09 มิ.ย. 2565

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น