
บทความ โดย สถาบันอนาคตไทยศึกษา ; ธราธร รัตนนฤมิตศร
ในปีนี้ หลายบริษัทได้ยกเลิกนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เพื่อให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศมากขึ้น แม้แต่บริษัท Zoom แพลตฟอร์มการสื่อสารสำหรับการทำงานทางไกลชั้นนำ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เรียกพนักงานให้กลับมาเช้าออฟฟิศอีกครั้ง
องค์กรต่างๆ ใช้แนวคิด WFH (Work From Home) เป็นแนวทางหลักในที่ทำงานยุคใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ภายใต้สถานการณ์บังคับในวิกฤติที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องให้พนักงานทำงาน WFH และประชุมกันผ่านแพลตฟอร์มการสื่อสารทางไกล
งานวิจัยในช่วงต้นระบุว่า WFH เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิผลมากกว่าการทำงานที่ออฟฟิศ ซึ่งเป็นสาเหตุสนับสนุนให้การทำงานจากที่บ้านเป็นความปกติใหม่ของสังคม เช่น การศึกษาวิจัยของ Natalia Emanuel และ Emma Harrington ชี้ให้เห็นถึงผลิตภาพที่เพิ่มขึ้น 7.6% สำหรับคนทำงานจากที่บ้าน
ตัวเลขดังกล่าวจากงานวิจัยกระตุ้นให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple, Google และ Meta และอื่นๆ ยอมรับรูปแบบการทำงานทางไกล
อย่างไรก็ตาม การวิจัยที่ได้รับการปรับปรุงในปัจจุบันเริ่มให้ภาพที่แตกต่างจากเดิม งานวิจัยที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นบ่งชี้ว่า ประสิทธิภาพในการทำงาน WFH ลดลง 4% พนักงานต้องรับสายมากขึ้น แต่คุณภาพของบริการลดลง ทำให้ต้องพักสายนานขึ้นและโทรกลับมากขึ้น
นักวิจัย MIT พบว่าพนักงานป้อนข้อมูลที่บ้านในอินเดียมีประสิทธิผลน้อยกว่าพนักงานที่ทำงานในสำนักงานถึง 18% การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งจาก University of Chicago ชี้ให้เห็นถึงการลดลงของประสิทธิภาพการทำงาน 19% ของผู้ปฏิบัติงานด้านไอทีจากระยะไกล
สาเหตุของปัญหาด้านประสิทธิภาพเหล่านี้มีหลายแง่มุม โดยเฉพาะความยากลำบากในการทำงานร่วมกัน คนที่ทำงาน WFH มักจะพลาดความช่วยเหลือในทันทีที่จะได้รับจากเพื่อนร่วมงานในสำนักงาน,
WFH มีส่วนขัดขวางการเติบโตของทุนมนุษย์ของคนทำงาน คำติชมหรือข้อแนะนำ (feedback) ในหมู่เพื่อนร่วมงานลดลง ทำให้ขาดการทบทวนตนเองและปรับปรุงงานอย่างสม่ำเสมอเมื่อทำงานจากที่บ้าน นอกจากนี้ คนทำงานที่ทำงานในสำนักงานมักได้รับทักษะเร็วกว่าคนทำงาน WFH
ก่อนเกิดโรคระบาด การศึกษาโดย Nicholas Bloom แห่ง Stanford ในปี 2556 ได้เน้นย้ำถึงประโยชน์ของการทำงานจากระยะไกล โดยพบว่าประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 13% (อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มักเกิดจากชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานขึ้น)
การทำงานจากระยะไกลยังมีข้อได้เปรียบที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คือทำให้พนักงานส่วนหนึ่งพึงพอใจมากขึ้น เนื่องจากเวลาเดินทางที่ลดลง ความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการโฟกัสกับงานบางอย่างได้ดีขึ้นจากที่บ้าน สะท้อนให้เห็นจากแบบสำรวจที่พนักงานแสดงความเต็มใจที่จะลดค่าจ้างลงส่วนหนึ่งเพื่อแลกทำงานจากที่บ้านแทน
ขณะที่ความน่าสนใจของ WFH ยังคงมีอยู่ แต่การวิจัยแสดงให้เห็นชัดเจนว่าอนาคตการทำงานจะไปในรูปแบบไฮบริดที่มีความโน้มเอียงไปทางการทำงานในสำนักงานในสัดส่วนมากกว่าการทำงานจากที่บ้าน
แม้ว่าการทำงานจากที่บ้านจะมอบความยืดหยุ่นและความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายโดยธรรมชาติ เส้นแบ่งที่พร่ามัวระหว่างพื้นที่ส่วนบุคคลและพื้นที่ทำงาน อาจนำไปสู่ความเหนื่อยหน่ายของคนทำงาน
โดยพนักงานที่ทำงาน WFH มักจะรู้สึกว่าพวกเขาทำงานอยู่ตลอดเวลา หากไม่มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีแบบแผน มีสิ่งรบกวนที่บ้าน ตั้งแต่ความรับผิดชอบในครอบครัวไปจนถึงงานบ้านต่างๆ ก็สามารถลดสมาธิและผลงานลงได้
เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม สำนักงานจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับทำงานเท่านั้น แต่เป็นที่พื้นที่สำหรับการสร้างความผูกพัน การทำงานร่วมกัน และการได้รับประโยชน์จากการระดมความคิดที่เกิดขึ้นเองระหว่างวัน การไม่มีปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ในสภาพแวดล้อมระยะไกล อาจนำไปสู่ความรู้สึกโดดเดี่ยวและความสามัคคีในทีมที่ลดลง
แพลตฟอร์มการทำงานทางไกลอย่าง Zoom และ Teams ยังไม่สามารถเลียนแบบการโต้ตอบแบบตัวต่อตัวได้ทั้งหมด ปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ ที่พนักงานอาจเผชิญ เช่น การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียรหรือความผิดพลาดของซอฟต์แวร์ อาจทำให้ขั้นตอนการทำงานหยุดชะงักได้
นอกจากนี้ สำหรับพนักงานใหม่ การแยกตัวไปทำงานที่บ้านอาจทำให้การเข้าสู่กระบวนการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรไม่ราบรื่นนัก จึงอาจรู้สึกแยกตัวออกจากทีมและขาดการฝึกการทำงานแบบ on the job ทำให้ช่วงการเรียนรู้งานนานขึ้น รวมถึงขาดการฝึกทักษะการสื่อสารและการเข้าสังคม ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสูงในยุคปัญญาประดิษฐ์
เมื่อโควิดจบลงไป องค์กรล้วนพยายามดึงจุดแข็งของการทำงานที่สำนักงานและการทำงานจากที่บ้าน หลายบริษัทหันไปใช้รูปแบบไฮบริด เพื่อให้พนักงานได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากทั้งสองรูปแบบ
ประเด็นสำคัญคือ ผลิตภาพของงานไม่ได้เป็นเพียงการสร้างผลผลิตในเชิงปริมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพของงาน นวัตกรรมที่เกิดขึ้น ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ประสบการณ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และการเติบโตของทุนมนุษย์ในระยะยาว
ดังนั้น อนาคตจึงหมายถึงการหาสมดุลระหว่างการทำงานสองรูปแบบให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน องค์กรและสังคมโดยรวม
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 17 ส.ค. 2566
บทความกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานหลังช่วงโควิด-19 จากการทำงานที่บ้าน (WFH) ไปสู่การกลับเข้าออฟฟิศและแนวโน้มสู่ระบบไฮบริด โดยช่วงแรกของการระบาด WFH ถูกมองว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าผลิตภาพเพิ่มขึ้นประมาณ 7.6% ทำให้องค์กรขนาดใหญ่จำนวนมากยอมรับแนวทางนี้ แต่เมื่อมีการศึกษาที่ละเอียดขึ้น พบว่าประสิทธิภาพอาจลดลงราว 4% หรือบางกรณีลดลงถึง 18–19% สาเหตุสำคัญมาจากการประสานงานที่ยากขึ้น การขาดการให้ข้อเสนอแนะ การเรียนรู้ทักษะที่ช้าลง รวมถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวและสิ่งรบกวนในบ้าน อีกทั้ง WFH ยังทำให้ขอบเขตระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวพร่ามัว ส่งผลต่อความเหนื่อยล้า อย่างไรก็ตาม WFH ยังมีข้อดี เช่น ความยืดหยุ่น ลดเวลาเดินทาง และเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน ดังนั้นผลิตภาพควรถูกมองอย่างรอบด้าน ทั้งคุณภาพงาน นวัตกรรม และการพัฒนาทุนมนุษย์ในระยะยาว อนาคตการทำงานจึงมีแนวโน้มเป็นระบบไฮบริดที่ผสมข้อดีของทั้งการทำงานในออฟฟิศและที่บ้าน เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรโดยรวม
แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. WFH ดีกว่าการทำงานในออฟฟิศเสมอ
ข. การทำงานในออฟฟิศไม่มีประโยชน์
ค. อนาคตการทำงานควรเป็นระบบไฮบริด
ง. เทคโนโลยีทำให้การทำงานไร้ปัญหา
ข้อ 2
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ WFH บางกรณีประสิทธิภาพลดลงคือข้อใด
ก. ค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตสูง
ข. การขาดการประสานงานและ feedback
ค. พนักงานไม่ต้องการทำงาน
ง. เทคโนโลยีไม่ทันสมัย
ข้อ 3
ข้อใดเป็น “ข้อดี” ของ WFH ตามบทความ
ก. เพิ่มการควบคุมจากหัวหน้า
ข. ลดความเครียดจากงานทั้งหมด
ค. ลดเวลาเดินทางและเพิ่มความยืดหยุ่น
ง. เพิ่มการทำงานเป็นทีมในทันที
ข้อ 4
ผลการวิจัยช่วงแรกเกี่ยวกับ WFH สรุปว่าอย่างไร
ก. ประสิทธิภาพลดลงเสมอ
ข. ไม่มีผลต่อการทำงาน
ค. เพิ่มผลิตภาพประมาณ 7.6%
ง. ทำให้เกิดปัญหาทั้งหมด
ข้อ 5
งานวิจัยล่าสุดชี้แนวโน้มของ WFH อย่างไร
ก. เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น
ข. ลดประสิทธิภาพในบางกรณี
ค. ไม่มีข้อมูลเปลี่ยนแปลง
ง. ทำให้ทุกองค์กรหยุดใช้เทคโนโลยี
ข้อ 6
ผลกระทบด้าน “ทุนมนุษย์” ของ WFH คือข้อใด
ก. เพิ่มเงินเดือนทันที
ข. การเรียนรู้และพัฒนาทักษะช้าลง
ค. เพิ่มจำนวนงานโดยตรง
ง. ลดจำนวนพนักงาน
ข้อ 7
เหตุใด WFH จึงอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า
ก. ต้องเดินทางมากขึ้น
ข. ขอบเขตงานและชีวิตส่วนตัวไม่ชัดเจน
ค. ไม่มีงานให้ทำ
ง. ไม่มีเทคโนโลยีใช้
ข้อ 8
บทบาทของสำนักงานตามบทความคือข้อใด
ก. เป็นเพียงสถานที่ทำงาน
ข. ลดความสำคัญของทีม
ค. เป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์และการเรียนรู้
ง. ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ข้อ 9
ปัญหาของการทำงานระยะไกลสำหรับพนักงานใหม่คืออะไร
ก. ได้รับเงินเดือนสูง
ข. เข้าองค์กรได้รวดเร็วขึ้น
ค. ขาดการฝึก on the job และการเรียนรู้วัฒนธรรม
ง. มีเพื่อนร่วมงานมากขึ้น
ข้อ 10
แนวคิดเรื่อง “ผลิตภาพ” ในบทความควรพิจารณาอย่างไร
ก. ดูเฉพาะปริมาณงาน
ข. ดูเฉพาะความเร็วในการทำงาน
ค. มองหลายมิติ เช่น คุณภาพ นวัตกรรม และคน
ง. ดูเฉพาะจำนวนชั่วโมงทำงาน
คลิกเฉลย >>>