
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วินัย และนวัตกรรม วุฒิสภา ว่า ผู้บริหารศธ.ได้ประชุมร่วมกับ นายกมล รอดคล้าย ประธานกรรมาธิการ และคณะ รวม 20 คน ซึ่งทุกความคิดเห็นถือว่ามีประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตร เริ่มตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่จะต้องพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ โดยเฉพาะสาขา STEM ซึ่งกำลังเป็นความต้องการของประเทศ ก่อนที่จะเชื่อมโยงไปยังอาชีวศึกษาและการอุดมศึกษาอย่างไร้รอยต่อ ผ่านระบบเทียบโอนผลการเรียน หลักสูตร Pre-degree และโมเดล “Learn to Earn” ที่ช่วยให้นักเรียนค้นพบความถนัดตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา เรียนจบแล้วมีงานรองรับทันที ทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนสู่ตลาดแรงงาน รวมไปถึงการขับเคลื่อนโครงการ ANYWHERE ANYTIME และการจัดการศึกษาเอกชน ที่ได้มีการปรับหลักเกณฑ์การสอบบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อลดผลกระทบครูออกกลางปีการศึกษา และโรงเรียนเอกชนสามารถจัดหาครูมาทดแทนได้
“เรื่องหลัก ๆ เราคุยกันเรื่องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและหลักสูตรการศึกษา ที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เท่าทันโลก โดยเฉพาะด้าน STEM และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะต้องเร่งดึงผู้เรียนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าสู่อุดมศึกษา พร้อมเชื่อมโยงระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างส่วนกลางกับหน่วยงานในสังกัดทั้งหมด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีและยกระดับการเรียนรู้แบบ Anywhere Anytime นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการยกระดับสวัสดิการครู การแก้ปัญหาครูเอกชนลาออกกลางคัน และพิจารณามาตรการลดภาษีที่ดินสำหรับโรงเรียนเอกชนนอกระบบ รวมทั้งจัดสรรบุคลากรสายสนับสนุนแก่สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด และส่งเสริมความก้าวหน้าครูในศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา อย่างไรก็ตาม เรื่องของระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องบูรณาการหน่วยกิตข้ามระบบระหว่างการศึกษากับการจ้างงาน เพื่อให้ประชาชนนำผลการเรียนไปใช้ได้จริงในชีวิต” รมว.ศธ. กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมผลักดันให้เกิด “Human Capital Super Board” เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาทุนมนุษย์ เป็นการออกแบบโครงสร้างทั้งระบบการศึกษา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งหลักสูตร วิธีสอน ครูและบุคลากร ระบบวัดผลและประเมินผล เทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ให้เป็นคนคุณภาพ ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต
ศธ. จับมือ กมธ.การศึกษา วุฒิสภา เร่งยกระดับทุนมนุษย์ ปรับหลักสูตรเท่าทันโลก พร้อมลุยระบบ ‘เครดิตแบงก์’
ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา โดยเน้นการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับโลกอนาคต ผ่านการปรับหลักสูตรตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ให้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการส่งเสริมด้าน STEM และ AI ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ พร้อมพัฒนาระบบเทียบโอนผลการเรียน หลักสูตร Pre-degree และโมเดล Learn to Earn เพื่อให้นักเรียนค้นพบความถนัด มีทักษะตรงกับตลาดแรงงาน และมีงานทำหลังเรียนจบ นอกจากนี้ ยังผลักดันการเรียนรู้แบบ Anywhere Anytime เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี และยกระดับคุณภาพการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาสวัสดิการครู การแก้ปัญหาครูเอกชนลาออกกลางปี การลดภาษีที่ดินโรงเรียนเอกชน และการสนับสนุนบุคลากรทางการศึกษา อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับระบบ Credit Bank เพื่อบูรณาการหน่วยกิตระหว่างการศึกษาและการทำงาน สุดท้าย ศธ.เตรียมจัดตั้ง “Human Capital Super Board” เพื่อวางโครงสร้างการพัฒนาคนทั้งระบบ ตั้งแต่หลักสูตร วิธีสอน การวัดผล เทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ให้ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ
นโยบายใดสะท้อนแนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. การสอบบรรจุครูช่วงปิดภาคเรียน
ข. ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
ค. การลดภาษีที่ดินโรงเรียนเอกชน
ง. การจัดสรรบุคลากรสายสนับสนุน
ข้อ ๒
หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการขานรับนโยบาย “Anywhere Anytime” มากที่สุด ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มการสอบปลายภาคทุกระดับ
ข. จำกัดการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน
ค. พัฒนาระบบการเรียนออนไลน์และอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงได้
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียนภาคบังคับ
ข้อ ๓
เหตุผลสำคัญที่ ศธ. ต้องเร่งส่งเสริมการเรียนด้าน STEM และ AI คือข้อใด
ก. เพื่อลดจำนวนนักเรียนสายศิลป์
ข. เพื่อเพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของประเทศ
ง. เพื่อให้ทุกคนเรียนหลักสูตรเดียวกัน
ข้อ ๔
แนวคิด “Learn to Earn” มีเป้าหมายสำคัญตรงกับข้อใดมากที่สุด
ก. ให้ผู้เรียนเรียนหนักขึ้น
ข. เชื่อมโยงการเรียนกับการมีงานทำ
ค. ลดจำนวนสถานศึกษาเอกชน
ง. เพิ่มการสอบแข่งขันระดับชาติ
ข้อ ๕
การปรับสอบบรรจุครูในช่วงปิดภาคเรียน มีวัตถุประสงค์สำคัญที่สุดข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนผู้สมัครสอบ
ข. ลดภาระงบประมาณของรัฐ
ค. ลดผลกระทบจากครูย้ายออกกลางปีการศึกษา
ง. เพิ่มการแข่งขันของโรงเรียนเอกชน
ข้อ ๖
ข้อใดสะท้อนการบริหารการศึกษาแบบ “เชื่อมโยงทุกระดับ” มากที่สุด
ก. การเพิ่มวิชาสามัญในระดับประถม
ข. การบูรณาการหลักสูตรพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา
ค. การลดจำนวนครูผู้สอน
ง. การรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
ข้อ ๗
หากโรงเรียนต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย ศธ. ควรดำเนินการใดก่อน
ก. เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านกิจกรรมพิเศษ
ข. จำกัดการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล
ค. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต
ง. เพิ่มการเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน
ข้อ ๘
“Human Capital Super Board” มีบทบาทสำคัญที่สุดในด้านใด
ก. ควบคุมการสอบแข่งขันครู
ข. วางระบบพัฒนาทุนมนุษย์ทั้งระบบ
ค. จัดซื้อเทคโนโลยีการศึกษา
ง. กำหนดค่าเล่าเรียนเอกชน
ข้อ ๙
ข้อใดเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้ระบบ Credit Bank อย่างมีประสิทธิภาพ
ก. ผู้เรียนสามารถนำผลการเรียนไปใช้ในการทำงานได้จริง
ข. โรงเรียนลดจำนวนรายวิชาได้ทั้งหมด
ค. นักเรียนไม่จำเป็นต้องเรียนต่อ
ง. การสอบแข่งขันจะถูกยกเลิก
ข้อ ๑๐
หากครูต้องการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ของ ศธ. มากที่สุด ควรเน้นสิ่งใด
ก. การท่องจำเนื้อหาเพื่อสอบ
ข. การสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง
ค. การพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้จริง
ง. การเพิ่มการบ้านทุกวิชา
คลิกเฉลย >>>