สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M607_สมศ.ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยด้วยกลไกการประเมิน

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ.จัดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ " 2025 ONESQA Forum " เพื่อประกาศเจตนารมณ์สำคัญในการปฏิวัติบทบาทขององค์กร ที่เปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ตัดสินคุณภาพ" ไปสู่การเป็น "ผู้ผลิตข้อมูลคุณภาพ" ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืน เวทีนี้จึงเป็นหมุดหมายที่รวมพลังจากทุกภาคส่วนในวงการการศึกษา เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ด้วยกลไกการประเมินคุณภาพภายนอก 

ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของการประเมินเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาไทย” โดยได้เน้นย้ำว่า การประเมินคุณภาพไม่ได้เป็นเพียงการตรวจสอบ แต่เป็น “เครื่องมือสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย” ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียน ครู และระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งใช้ข้อมูลเป็นฐานในการพัฒนาการศึกษาเพื่ออนาคต 

การเดินทางของ สมศ. ตั้งแต่การประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรกเมื่อปี 2544 จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 25 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและความท้าทายที่องค์กรก้าวข้ามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระสถานศึกษา การใช้ระบบ Automated QA ที่ช่วยให้กระบวนการประเมินดำเนินไปอย่างรวดเร็วและไม่ใช้กระดาษ รวมถึงการนำข้อมูลผลการประเมินไปใช้เป็น “กระจกสะท้อน” ให้ผู้กำหนดนโยบายมองเห็นทั้งจุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา และออกแบบมาตรการที่ตอบโจทย์จริง ทั้งนี้ สมศ. ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ประเมิน” แต่ยังเป็น “พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์” ที่ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการผลักดันนโยบายการศึกษาไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ทั้งนี้ขอเชิญชวนผู้บริหารระดับสูงทางการศึกษาที่เข้าร่วมประชุม ให้ใช้เวทีครั้งนี้เป็นโอกาสในการทำความเข้าใจทิศทางใหม่ของ สมศ. ซึ่งได้เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ประเมินแบบเน้นตัดสินคุณภาพ” มาสู่ “ผู้ประเมินแบบสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพ” โดยให้ความสำคัญกับการแสดงพลังของข้อมูล การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน 

ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้เป็นเวทีนโยบายสาธารณะ (ONESQA Public Forum) ที่จัดขึ้นเพื่อประกาศเจตนารมณ์ “ก้าวใหม่ของการประเมินคุณภาพ” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทของ สมศ. จาก “ผู้ตัดสินคุณภาพ” ไปสู่การเป็น “ผู้ผลิตข้อมูลคุณภาพ” ที่สะท้อนสภาพจริงของระบบการศึกษาไทย เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายเชิงระบบได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า “การประเมินคือเครื่องมือเพื่อการพัฒนา มิใช่ภาระของสถานศึกษา” 

ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ ยังได้บรรยายในหัวข้อ “จากข้อมูลสู่การขับเคลื่อนคุณภาพ: วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และเครื่องมือใหม่ของ สมศ.” โดยชี้ให้เห็นว่า สมศ. กำลังก้าวสู่การเป็น Data-Driven Organization ที่ใช้สารสนเทศจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อเสนอแก่ผู้กำหนดนโยบายระดับสูง (Policy Makers) และใช้ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังพัฒนา กรอบการประเมินการศึกษา 5.0 ที่มุ่งให้ผู้ประเมินภายนอกทำหน้าที่เป็น “ที่ปรึกษา” หรือ “โค้ช” มากกว่าการตัดสิน พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สร้าง Dashboard Interactive เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน 

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 1 กันยายน 2568 

สรุปสาระสำคัญ

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จัดการประชุมวิชาการ “2025 ONESQA Forum” เพื่อประกาศการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ตัดสินคุณภาพ” เป็น “ผู้ผลิตข้อมูลคุณภาพ” โดยมุ่งใช้ข้อมูลจากการประเมินเป็นฐานในการกำหนดนโยบายและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นว่า การประเมินเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบ สมศ. ได้พัฒนาแนวทางใหม่ เช่น ระบบ Automated QA ที่ไม่ใช้กระดาษ การประเมินแบบที่ปรึกษา และกรอบการศึกษา 5.0 ที่ใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวย้ำว่า สมศ. จะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ผลักดันคุณภาพการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล โดยใช้ข้อมูลจริงเพื่อพัฒนาทั้งผู้เรียน ครู และระบบการศึกษาอย่างแท้จริง

ข้อสอบ 

1.ข้อใดสะท้อน “บทบาทใหม่” ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ตามสาระสำคัญของงานประชุม 2025 ONESQA Forum ได้ชัดเจนที่สุด

ก. เน้นการจัดอันดับสถานศึกษาเพื่อแข่งขันระดับนานาชาติ
ข. เปลี่ยนจากผู้ตัดสินคุณภาพมาเป็นผู้ผลิตข้อมูลคุณภาพเพื่อพัฒนานโยบาย
ค. มุ่งตรวจสอบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามเกณฑ์มาตรฐาน
ง. ลดบทบาทด้านการประเมินภายนอกและมอบอำนาจให้สถานศึกษาทั้งหมด

 

2.หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวคิด “Data-Driven Organization” ของ สมศ. แนวทางใดเหมาะสมที่สุด

ก. จัดทำเอกสารรายงานจำนวนมากเพื่อรองรับการตรวจประเมิน
ข. ใช้ผลการประเมินเฉพาะเพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของโรงเรียน
ค. นำข้อมูลผลสัมฤทธิ์และข้อมูลเชิงคุณภาพมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนพัฒนาโรงเรียน
ง. มอบหมายให้ครูฝ่ายวิชาการรับผิดชอบงานประกันคุณภาพเพียงฝ่ายเดียว

 

3.โรงเรียนแห่งหนึ่งมีความกังวลว่าการประเมินภายนอกจะเพิ่มภาระงานเอกสารจำนวนมาก ในฐานะผู้บริหาร ข้อใดเป็นการสื่อสารที่สอดคล้องกับแนวคิดใหม่ของ สมศ. มากที่สุด

ก. การประเมินเป็นหน้าที่ของครูทุกคนในการจัดเตรียมเอกสารให้ครบ
ข. การประเมินมุ่งค้นหาข้อบกพร่องเพื่อใช้ตัดสินคุณภาพสถานศึกษา
ค. การประเมินเป็นกลไกควบคุมมาตรฐานจากหน่วยงานภายนอก
ง. การประเมินคือเครื่องมือเพื่อการพัฒนา และใช้ข้อมูลจริงเพื่อลดภาระที่ไม่จำเป็น

 

4.ข้อใดเป็นตัวอย่างการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้เชิงนโยบายได้เหมาะสมที่สุด

ก. ใช้ผลประเมินเพื่อลงโทษโรงเรียนที่มีคะแนนต่ำกว่ามาตรฐาน
ข. ใช้ข้อมูลผลประเมินเพื่อวิเคราะห์จุดอ่อนด้านการอ่านและกำหนดนโยบายพัฒนาการเรียนรู้ระดับพื้นที่
ค. เผยแพร่เฉพาะผลประเมินของโรงเรียนที่มีผลการประเมินดีเด่น
ง. ใช้ผลประเมินเป็นเงื่อนไขในการลดงบประมาณสถานศึกษาที่มีปัญหา

 

5.หากผู้ประเมินภายนอกดำเนินงานตาม “กรอบการประเมินการศึกษา 5.0” บทบาทใดต่อไปนี้เหมาะสมที่สุด

ก. เป็นผู้ตรวจสอบความผิดพลาดของครูและผู้บริหาร
ข. เป็นผู้ควบคุมมาตรฐานและสั่งการการบริหารโรงเรียน
ค. เป็นที่ปรึกษาหรือโค้ชที่ช่วยเสนอแนวทางพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
ง. เป็นผู้จัดทำหลักสูตรกลางให้ทุกโรงเรียนใช้เหมือนกันทั้งหมด

คลิกเฉลย >>>