สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M001_รมว.ศธ.เพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กเหมาะสม คาดใช้ได้ปี 2565

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่าว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติรับทราบโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ในแต่ละกระทรวงเสนอไว้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ปี 2564 มอบให้แก่ประชาชน โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ จะมีการเพิ่มค่าอาหารกลางวันของนักเรียน โดยคำนวณเพิ่มค่าอาหารกลางวันที่เหมาะสมตามขนาดโรงเรียน ในช่วง 21 - 36 บาท/คน/วัน ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหมาะสม และแบ่งเบาภาระของครู ในการใช้งบฯ เพื่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันนักเรียน

รมว.ศธ.กล่าวว่า อาหารกลางวันถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับเด็กๆ ถึงแม้ว่าจะดูเป็นเงินที่ไม่มาก แต่คำนึงถึงข้อเท็จจริง ซึ่งในอดีตโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขนาดใหญ่ ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเท่ากัน คือ 20 บาท/คน/วัน ซึ่งเราดูไม่เหมาะสม ฉะนั้น

  • โรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ควรเพิ่มเป็น 36 บาท/คน/วัน
  • โรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียน 40 คนขึ้นไป และโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 300 คน ควรเพิ่มเป็น 27 บาท /คน/วัน
  • โรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายคงที่อยู่จำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ เช่น ในส่วนของค่าจ้างแม่ครัวและค่าเดินทาง ฉะนั้น หากขยับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันให้เป็น 21 บาท/คน/วัน 

"ซึ่ง ศธ.พิจารณาถึงความเหมาะสมแล้วว่าจะสามารรถดูแลบริหารจัดการอาหารกลางวันให้ดีกว่าเดิมได้แน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอทางสำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสม คาดว่าจะทำได้ในปี 2565 หรือถ้ามีงบกลางก็สามารถนำมาทำได้ก่อน ซึ่งในการเพิ่มตรงนี้ต้องใช้งบกว่า 3 พันล้านบาท แต่ก็น้อยกว่าที่คำนวนไว้เบื้องต้นที่จะขึ้นให้โรงเรียนขนาดเล็ก 36 บาท และโรงเรียนขนาดใหญ่ 24 บาท/คน/วัน" รมว.ศธ.กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 

สรุปสาระสำคัญ 

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบโครงการของขวัญปีใหม่ 2564 โดยกระทรวงศึกษาธิการเสนอเพิ่มงบค่าอาหารกลางวันนักเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพโภชนาการและลดภาระครูในการบริหารจัดการงบประมาณ เดิมโรงเรียนทุกขนาดได้รับเท่ากันที่ 20 บาท/คน/วัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง จึงมีแนวคิดปรับอัตราใหม่ตามขนาดโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็กมาก (ต่ำกว่า 40 คน) 36 บาท/คน/วัน โรงเรียนขนาดเล็กถึงกลาง (40–299 คน) 27 บาท/คน/วัน และโรงเรียนขนาดใหญ่ (300 คนขึ้นไป) 21 บาท/คน/วัน การปรับดังกล่าวสะท้อนหลักความเป็นธรรมเชิงบริบท เนื่องจากโรงเรียนขนาดเล็กมีต้นทุนต่อหัวสูงกว่า ขณะที่โรงเรียนขนาดใหญ่มีเศรษฐศาสตร์ของขนาดช่วยลดต้นทุนบางส่วน นโยบายนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2565 หรือเร็วกว่านั้นหากมีงบกลาง ทั้งนี้ต้องใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าทางเลือกเดิมที่เคยคำนวณไว้ นโยบายดังกล่าวมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภาครัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียน และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อสอบ

ข้อ 1 เหตุผลหลักของการปรับค่าอาหารกลางวันคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ครู
ข. ลดภาระผู้ปกครอง
ค. ให้เหมาะสมกับต้นทุนจริงและโภชนาการ
ง. กระตุ้นเศรษฐกิจ

ข้อ 2 ข้อใดสะท้อน “ความเป็นธรรมเชิงบริบท” ได้ดีที่สุด
ก. ให้เท่ากันทุกโรงเรียน
ข. ให้ตามความพึงพอใจผู้บริหาร
ค. ปรับตามขนาดโรงเรียน
ง. ให้เฉพาะโรงเรียนใหญ่

ข้อ 3 โรงเรียนต่ำกว่า 40 คน ได้รับงบเท่าใด
ก. 21 บาท
ข. 27 บาท
ค. 30 บาท
ง. 36 บาท

ข้อ 4 หากโรงเรียนมี 250 คน ควรได้รับงบเท่าใด
ก. 21 บาท
ข. 27 บาท
ค. 36 บาท
ง. 20 บาท

ข้อ 5 หลักการบริหารงบประมาณที่สะท้อนคือข้อใด
ก. ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ
ข. ความรวดเร็ว
ค. ความนิยม
ง. ความเท่าเทียมแบบตายตัว

ข้อ 6 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ที่คาดหวังโดยตรง
ก. คะแนนสอบเพิ่มทันที
ข. นักเรียนมีโภชนาการดีขึ้น
ค. ครูได้เงินเพิ่ม
ง. โรงเรียนลดขนาด

ข้อ 7 เหตุใดโรงเรียนใหญ่ได้งบน้อยต่อหัว
ก. ถูกเลือกปฏิบัติ
ข. มีต้นทุนแฝงสูงกว่า
ค. มี economies of scale
ง. มีนักเรียนน้อย

ข้อ 8 การดำเนินนโยบายต้องผ่านหน่วยงานใดก่อน
ก. กระทรวงการคลัง
ข. สำนักงบประมาณ
ค. สำนักงานเขตพื้นที่
ง. รัฐสภา

ข้อ 9 หากผู้บริหารโรงเรียนต้องวางแผน ควรเน้นสิ่งใด
ก. ลดคุณภาพอาหารเพื่อลดต้นทุน
ข. จัดเมนูตามงบใหม่ให้คุ้มค่า
ค. ใช้งบส่วนตัวเพิ่ม
ง. ยกเลิกโครงการ

ข้อ 10 ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้เชิงนโยบาย
ก. ใช้อัตราเดียวทุกบริบท
ข. จัดสรรตามข้อมูลเชิงประจักษ์
ค. ตัดงบเท่ากัน
ง. เพิ่มงบเฉพาะเมือง

 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม